รีเซต

ครม.อนุมัติออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สู้วิกฤตเศรษฐกิจ

ครม.อนุมัติออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สู้วิกฤตเศรษฐกิจ
ทันหุ้น
5 พฤษภาคม 2569 ( 13:00 )

#ทันหุ้น ครม.อนุมัติออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน คลังกาง 5 สาเหตุวิกฤตแรงและเร็ว“สงคราม-พลังงาน-ต้นทุนสูง-ค่าครองชีพสูง-กำลังซื้อหด“ย้ำหากปล่อยไปจะแก้ยาก เน้นใช้เงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง-เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ยันไม่กระทบเพดานก่อหนี้ ใช้งบหมดภายในก.ย.70

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการออกพระราชกำหนด (...) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อ แก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ.. ... วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาหลายระลอก โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางและการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่โครงสร้างพลังงานใหม่เพื่อความยั่งยืน 

นายเอกนิติกล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้มีความรุนแรงและรวดเร็ว โดยมาเป็นระลอก ตั้งแต่วิกฤตสงคราม ราคาพลังงานที่พุ่งสูง ต้นทุนการผลิตที่ขยับตัวตาม จนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชนในที่สุด หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปจะยิ่งแก้ไขยาก จึงจำเป็นต้องมีเม็ดเงินเข้ามาแทรกแซงเพื่อไม่ให้เกิดภาวะ "วิกฤตซ้อนวิกฤต"

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถานะงบประมาณปัจจุบัน พบว่างบประมาณปี 2569 ที่จะดำเนินการเกลี่ยงบประมาณมีเงินเหลือไม่ถึง 1 แสนล้านบาท โดยเบื้องต้นรวบรวมได้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบกลางก็เหลือเพียง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินอื่นๆ ส่วนงบประมาณปี 2570 ยังต้องรออีกกว่า 5 เดือน จึงไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เร่งด่วน 

สำหรับวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาทนี้ รัฐบาลได้แบ่งวัตถุประสงค์ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.วงเงิน200,000 ล้านบาทแรก ใช้เพื่อการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีกำลังเพียงพอในการรองรับแรงกระแทกจากค่าครองชีพ 

2.วงเงิน 200,000 ล้านบาทส่วนที่เหลือ จะใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition) โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ 

ปัจจุบันไทยมีการนำเข้าสูงถึง 7-8% ของ GDP เราเชื่อว่านี่คือการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ ในการกำหนดวงเงิน รัฐบาลได้ปรับลดจากกระแสข่าวก่อนหน้าที่ 500,000 ล้านบาท เหลือเพียง400,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับหลักวินัยการคลัง โดยจากการประเมินของกระทรวงการคลังยืนยันว่า การกู้ครั้งนี้จะไม่ทำให้หนี้สาธารณะเกินเพดาน 70% ของ GDP

นอกจากนี้ การกู้เงินทั้งหมดจะเป็นการกู้ภายในประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยอาศัยสภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคารที่มีสูงกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้นทุนการกู้เงินไม่สูงจนเกินไป

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ รัฐบาลจะดำเนินการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ โดยภายใต้กฎหมายฉบับนี้จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองรายจ่าย ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อพิจารณาโครงการที่หน่วยงานต่างๆ เสนอเข้ามาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในกฎหมาย 

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะพิจารณาโครงการต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที โดยพ...กู้เงินฉบับนี้ มีอายุถึง 30 กันยายน2570

ข่าวที่เกี่ยวข้อง