ส่องพื้นที่ต้นแบบ จ.เชียงราย สร้างระบบรองรับสังคมสูงวัย ด้วย"ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบล"

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมโมเดลต้นแบบระบบรองรับสังคมสูงวัยภายในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย ที่สะท้อนรูปธรรมความสำเร็จชุมชนเข้มแข็ง จากการใช้เครื่องมือธรรมนูญสุขภาพในระดับพื้นที่ จัดทำข้อตกลงร่วมที่นำไปสู่ภูมิปัญญาของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลป่าหุ่ง อ.พาน จ.เชียงราย
นายสัจจะ บุญมาเกี๋ยงสาธารณสุขอำเภอพาน (สสอ.พาน) เปิดเผยว่า อ.พาน เป็นสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลในปีงบประมาณ 2569 มีจำนวนผู้สูงอายุ 32,232 คน หรือคิดเป็น 29.32% ของประชากร แยกเป็นผู้ป่วยติดเตียง 207 คน ติดบ้าน 547 คน ติดสังคม 31,478 คน แม้ที่ผ่านมาจะมีการขับเคลื่อนงานที่หลากหลาย จากภาคีเครือข่ายองค์กรหน่วยงานต่างๆ มีชมรมผู้สูงอายุตำบล 16 ชมรม โรงเรียนผู้สูงอายุ 17 แห่ง สภาคลังปัญญาผู้สูงอายุ 15 ตำบล แต่ทั้งหมดจำเป็นต้องเชื่อมโยงบูรณาการทำงาน เพื่อพัฒนาให้เกิดระบบรองรับผู้สูงวัยใน อ.พาน ไปด้วยกัน
นายสัจจะ กล่าวว่า ภายใต้โครงสร้างของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน (พชอ.พาน) ซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธาน มีภารกิจมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1. เพิ่มพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า 2. พัฒนาคุณภาพเด็กด้วย EF (Executive Function) 3. พัฒนาคุณภาพเยาวชน TO BE NUMBER ONE 4. พัฒนาคุณภาพสตรี ลดความรุนแรง 5. พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 6 มิติ โดยการขับเคลื่อนเหล่านี้มีกลไกที่สำคัญคือ “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย จังหวัดเชียงราย” และกองทุนคนพานไม่ทิ้งกัน พร้อมทั้งยังส่งผ่านการขับเคลื่อนไปสู่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล (พชต.) ต่อไป
นายนิรันดร์ แปงคำ ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากการหารือร่วมกันของเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด รวมถึงคณะกรรมการผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีเจตจำนงที่จะให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีคุณค่า เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงได้ประกาศใช้ “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย จังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2565” ขึ้นเป็นกรอบกติกาข้อตกลงการมีกิจกรรมร่วมกันของผู้สูงอายุในชุมชน ตำบล ในโรงเรียนสูงอายุ อำเภอ และจังหวัด รวมถึงเป็นกรอบแนวทางในการกำหนดเป้าหมาย นโยบาย แผนงานโครงการ และยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ภายใต้ธรรมนูญฯ ฉบับดังกล่าว มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต “กาย จิต สุข” ของผู้สูงอายุให้เป็นรูปธรรม ใน 6 มิติ ได้แก่ 1. มิติสุขภาพ เช่น ส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพ ส่งเสริมการตายดี 2. มิติสังคมสวัสดิการ เช่น ส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมต่างๆ ขยายโรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารเวลา 3. มิติสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เช่น ปรับสภาพบ้านให้ปลอดภัยตามอารยสถาปัตย์4. มิติศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เช่น การปฏิบัติศาสนกิจ ร่วมงานบุญ ถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญา 5. มิติเศรษฐกิจ อาชีพ เช่น ส่งเสริมการปลูกและใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ใช้เวลาว่างทำขนม ทำเครื่องจักสาน สร้างรายได้ 6. มิติเทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลความรู้ในหลายช่องทาง การใช้อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย
ด้าน น.ส.ศรีวรรณ แก้วสืบ ผู้อำนวยการกองการศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม จ.เชียงราย กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพตำบลหัวง้ม ได้มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งมุ่งเน้นให้คนในชุมชนเป็นคนดี คิดดี ทำดี และมีสุขภาพดี โดยมีหมวดเนื้อหาต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนเรื่องการดูแลผู้สูงวัย อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงในปี 2566 ต.หัวง้ม กลายเป็นตำบลผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 33% ของประชากรดังนั้นจึงต้องมองการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นภาพรวมและครอบคลุม ทั้งในส่วนกลุ่มติดสังคม ที่จะมีโรงเรียนผู้สูงอายุจัดกิจกรรมในทุกวันพฤหัสบดี และในส่วนของกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง จะมีทั้งอาสาสมัครบริบาลและ Caregiver ที่เข้าไปดูแล ตลอดจนกลุ่มสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คือผู้สูงวัยที่มีภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ซึ่งก็จะมีกิจกรรมของโครงการบ้านชื่นสุข เป็นสถานที่ดูแล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
