ทำไมคนจีนป่วยอัลไซเมอร์ 10 ล้านคน มากที่สุดในโลก?

จีนป่วยอัลไซเมอร์มากที่สุดในโลก มีผู้ป่วยกว่า 10 ล้านคนและจะเพิ่มเป็น 30 ล้านคนในปี 2030 ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาท
สมาคมโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศจีน ประเมินว่ามีผู้ป่วยในจีนประมาณ 10 ล้านคน และเมื่อประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านคนภายในปี 2030
สวี หย่ง ประธานสมาคมโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศจีน กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยในจีนกำลังทำให้อัตราการพบโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป อัตราการพบโรคจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุก ๆ 5 ปี ช่วงอายุ 70–80 ปีเป็นช่วงที่พบโรคได้สูง จึงจำเป็นต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ”
เมื่อปี 2021 ทั่วโลกมีผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม รวมถึงโรคอัลไซเมอร์ ประมาณ 57 ล้านคน โดยจีนมีผู้ป่วยราว 17 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 30% ของทั้งหมด ขณะที่ปัจจุบันจีนมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีประมาณ 10 ล้านคน และเมื่อคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ประชากรจีน 24% จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวนผู้ป่วยอัลไซเมอร์จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญแบ่งโรคอัลไซเมอร์ออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ที่เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุน้อย และ โรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นแบบประปราย
ผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่อายุน้อยคิดเป็นประมาณ 5% ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยมักเริ่มมีอาการก่อนอายุ 65 ปี และส่วนใหญ่พบในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
ส่วนผู้ป่วยที่เกิดโรคแบบประปรายมีสัดส่วนประมาณ 95% และโดยทั่วไปจะเริ่มมีอาการหลังอายุ 65 ปี การเกิดโรคเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย รวมถึงอายุและยีนเสี่ยง APOE-e4 โดยอัตราการพบโรคจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ
แล้วทำไมประเทศจีนจึงมีจำนวนผู้ป่วยอัลไซเมอร์มากที่สุดในโลก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งต้องเป็นเพราะจีนมีประชากรมากหลักพันล้านคน มาเป็นอันดับ 2 ของโลก ก็ต้องมีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าหลายประเทศเป็นปกติ นอกจากนี้พวกเขายังมีอายุยืนมากขึ้นทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอนาคต
แต่จากข้อมูลของสมาคมอัลไซเมอร์ที่ทำการศึกษาโรคอัลไซเมอร์ในจีนระบุว่า การที่มีดัชนีมวลกายสูง มีระดับน้ำตาลในพลาสมาขณะอดอาหารสูง และการสูบบุหรี่จัด เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมรูปแบบอื่น ๆ
ชายชาวจีนเกือบ 48% สูบบุหรี่ ถือเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทางหลอดเลือดที่ส่งผลต่อภาวะถดถอยของการรู้คิด
ส่วนการท่ีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือการมีดัชนีมวลกายสูง หมายถึงการป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วน ประกอบกับพฤติกรรมการทานอาหารที่แย่ ทำให้มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในการวิจัยและพัฒนายารักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มียาหลายสิบชนิดที่ถูกยุติการพัฒนาหลังไม่ประสบความสำเร็จหรือให้ผลลัพธ์เพียงเล็กน้อย
ความหวังใหม่เกิดขึ้นหลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยาที่ออกฤทธิ์ต่อโปรตีนอะไมลอยด์ 3 ชนิด และยาทั้งหมดสามารถชะลอการเสื่อมถอยของการทำงานด้านความคิดในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นได้
แต่ผู้ป่วยในจีนจำนวนมากยังเข้าถึงยารักษาได้อย่างจำกัด เพราะยารักษาอัลไซเมอร์ยังไม่ได้ถูกบรรจุในบัญชียาที่เบิกได้ นอกจากนี้ยายังมีราคาแพงมากอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
