รีเซต

ทองคำไทยปี 2567 อนาคตสดใส ส่องราคาย้อนหลัง 5 ปี และปัจจัยหนุน

ทองคำไทยปี 2567 อนาคตสดใส ส่องราคาย้อนหลัง 5 ปี และปัจจัยหนุน
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2567 ( 12:35 )
47
ทองคำไทยปี 2567 อนาคตสดใส ส่องราคาย้อนหลัง 5 ปี และปัจจัยหนุน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ราคาทองแท่งในประเทศได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ที่มีการปรับราคาขึ้นมาแตะที่ 34,550 บาท จากนั้นได้มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวันทำการ โดยเฉพาะล่าสุด 10 เมษายน 2567 ราคาทองในประเทศได้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงทะยานสูงขึ้นไปแตะ 40,500 - 41,000 บาท 


ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาทองในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ได้แก่ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนผลักดันให้นักลงทุนหันมาแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น


อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้า ราคาทองอาจเผชิญกับแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งอาจส่งผลลบต่อความต้องการลงทุนในทองคำ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป


จากบทวิเคราะห์ของบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำ spot ปรับตัวขึ้นทำ All-Time High ใหม่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความตึงเครียดจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์หนุนแรงซื้อทองคำ รวมถึงปัจจัยทางเทคนิคก็ยังสนับสนุนราคาทองคำ ส่วนกองทุน SPDR ซื้อทอง 0.86 ตัน ซึ่งซื้อทองติดต่อกันเป็นวันที่สอง


โดยราคาทองคำยังคงยก High และ Low ต่อเนื่อง ขณะที่ MACD ยังมากกว่า Signal line ส่วนสัญญาณจาก Modified Stochastic เข้าสู่ Overbought แต่ยังไม่มีการกลับหัวลงมา คาดว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น


สัญญาณทางเทคนิคยังบ่งชี้การปรับตัวขึ้น ซึ่งราคาทองคำยังคงทำ All-Time High ใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่เปิดสถานะซื้อไว้ ให้ Let Profit Run และหากจะเข้าซื้อ จะสามารถเข้าซื้อได้บริเวณ 2,330 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 2,320 ดอลลาร์


ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งแข็งค่ากว่าภูมิภาค จากเม็ดเงินไหลเข้า ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย หลังรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าอาจกดดันราคาทองคำแท่ง คาดว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า ยังคงแนะนำให้ Let Profit Run เนื่องจากราคาทองโลกยังปรับตัวขึ้น



อนาคตทองคำปี 2567 สดใสทั้งในและต่างประเทศ


ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากการมีแรงขายทำกำไรเล็กน้อยในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของตลาดทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มทิศทางขาขึ้น ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่:


1. ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก ซึ่งทำให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย 


2. คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ


3. นักวิเคราะห์จากซีตี้ได้ปรับเพิ่มราคาทองคำเป้าหมายระยะ 6-12 เดือน ไปที่ประมาณ $3,000 ต่อออนซ์ในปีนี้


นอกจากนี้ยังเห็นว่าธนาคารกลางของหลายประเทศ เช่น จีน ตุรกี อินเดีย และประเทศในยุโรปตะวันออก ได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นในปีนี้ เป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะข้างหน้า


โดยสรุป ตลาดทองคำยังคงเป็นไปในทิศทางขาขึ้นท่ามกลางปัจจัยบวกต่างๆ แม้จะมีแรงขายทำกำไรเล็กน้อยในบางช่วง แต่ภาพรวมยังคงเป็นไปในเชิงบวก ทองคำมีปีที่สดใสทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย


"ทองคำ" ผันผวนหนัก! ปรับขึ้น-ลง 17 ครั้ง


ในวันนี้ (อ้างอิงวันที่ 10 เมษายน 2567) ราคาทอง (ทองคำความบริสุทธิ์ 96.5%) ในประเทศยังคงมีความผันผวนสูงอย่างต่อเนื่องจากเมื่อวานก่อน โดยระหว่างวันมีการปรับเปลี่ยนราคาทองขึ้นและลงถึง 17 ครั้ง


ที่น่าสนใจ คือ ระหว่างวันราคาทองรูปพรรณได้ปรับขึ้นไปทำสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีราคาขายออกอยู่ที่ 41,200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด


สาเหตุของการปรับราคาทองขึ้นลงอย่างรวดเร็วนั้น มีปัจจัยหลายประการที่เข้ามาส่งผลกระทบ เช่น ความผันผวนของตลาดการเงินโลก, ค่าเงินบาทที่มีการเคลื่อนไหว, ความต้องการซื้อขายทอง รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองอื่นๆ


ซึ่งจากการติดตามข้อมูลของกรมธนารักษ์ พบว่า ราคาทองรูปพรรณในประเทศมีการปรับขึ้นลงอย่างต่อเนื่องและมีความผันผวนค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ผู้บริโภคจึงควรติดตามข้อมูลราคาทองอย่างใกล้ชิด หากต้องการซื้อขายทองเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนดังกล่าว 


ทองคำไทยพุ่ง 19.61% สูงสุดในรอบประวัติการณ์!


จากบทวิเคราะห์ของ ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง ทาง TNN Wealth ระบุว่า ในปี 2024 ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นถึง 12.94% จากต้นปี ส่วนราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นมากกว่า 19.61% จากต้นปี ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดหุ้นทั้งในสหรัฐฯ และในประเทศไทย


ทองคำไทยให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำโลก เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงกว่า 6.59% แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเพียง 2% เท่านั้น ปัจจัยภายในประเทศช่วยหนุนให้ค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าลง ได้แก่:


1. การคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2567 ที่โตเพียง 2.8% ต่ำกว่าคาด ตามการปรับลดคาดการณ์ของ World Bank 

2. แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่ชะลอตัวกว่าประเทศในอาเซียน

3. เม็ดเงินไหลออกจากนักลงทุนต่างชาติ


แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเป็นอันดับ 1 ในปีนี้ แต่การส่งออกที่อ่อนแอและความล่าช้าในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ทำให้เงินบาทยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อราคาทองคำแท่งในประเทศ


ล่าสุด ทองคำแท่งในประเทศอยู่ที่ 41,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังคงมีการซื้อขายทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเป็น Net buy


ในด้านของราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นถึง 23.49% จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในการป้องกันความเสี่ยง


ในส่วนของมุมมองการดำเนินนโยบายของเฟด นั้นตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน โดยปรับลดครั้งละ 0.25% และจะลดลงอีก 2 ครั้งในเดือนกันยายนและธันวาคม ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 4.50%-4.75% ภายในสิ้นปี 2024


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดสะท้อนถึงเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้เฟดยังไม่รีบเร่งลดดอกเบี้ย หากสัปดาห์นี้ตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดยังไม่เริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนได้


ซึ่งสัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำยังคงสดใส โดยราคาทองคำปิดตลาดใกล้ระดับ All-Time High และมีแนวโน้มยังคงเดินหน้าขึ้นต่อไป  


อ้างอิง https://www.facebook.com/TNNWealthh/posts/pfbid0xpenuAFdrQ5QaYjupzmKoQV3f6wzUm1bRFGqqapk87TSPQnvn9LnqJUVcFyEAMX1l


จีนทุ่มซื้อทองคำ 17 เดือนติด ดันราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์


ในเดือนมีนาคม 2024 ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2024 PBOC เพิ่มการถือครองทองคำร้อยละ 0.2 เป็น 72.74 ล้านออนซ์ในเดือนมีนาคม แม้ว่าอัตราการเพิ่มขึ้นจะน้อยที่สุดนับตั้งแต่ PBOC เริ่มซื้อทองคำรายเดือนในเดือนพฤศจิกายน 2565 


การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของ PBOC เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ยังคงเพิ่มการถือครองทองคำในกองทุนสำรองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 58% จากเดือนมกราคม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปริมาณการขายทองคำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ชะลอการเข้าสะสมทอง


นอกจากนี้ ทางการจีนยังเปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้น 1.98 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 3.246 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 โดย PBOC มีเป้าหมายที่จะรักษาระดับทุนสำรองให้มีเสถียรภาพและทยอยลดการถือเงินดอลลาร์


ด้านราคาทองคำในประเทศ ณ วันนี้ ทองคำแท่งร้อยละ 96.5 ขายออกที่ 40,500 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ ร้อยละ 96.5 ขายออกที่ 41,000 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองคำในตลาดนิวยอร์กปิดที่ 2,326.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งยังปรับขึ้นต่อเนื่อง



ย้อนรอยดูสถิติ ราคาทองคำในประเทศไทย ย้อนหลัง 5 ปี (2563 - 2567)


ย้อนกลับไปในปี 2563-2564 ราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวในกรอบ 19,150 - 31,200 บาทต่อบาททองคำ โดยมีราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 29,400 บาทในปี 2563 และ 28,900 บาทในปี 2564 


ในปี 2565 ราคาเฉลี่ยทั้งปีปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 31,200 บาทต่อบาททองคำ และยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 33,000 บาทต่อบาททองคำ


ในช่วงต้นปี 2567 (ณ วันที่ 10 เมษายน 2567) ราคาทองคำในประเทศไทยปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 40,500 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ อัตราเงินเฟ้อที่สูง และความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก



ราคาทองคำในประเทศไทยปี 2563 - 2567 เคลื่อนไหวในกรอบ 19,150 - 40,700 บาทต่อบาททองคำ


ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2563 อยู่ที่ 29,400 บาทต่อบาททองคำ

ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2564 อยู่ที่ 28,900 บาทต่อบาททองคำ

ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2565 อยู่ที่ 31,200 บาทต่อบาททองคำ

ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2566 อยู่ที่ 33,000 บาทต่อบาททองคำ

ราคาทองปี 2567 (ณ วันที่ 10 เมษายน 67 ) อยู่ที่ 40,500 บาทต่อบาททองคำ





สรุป



ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ อัตราเงินเฟ้อที่สูง และความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 ราคาทองคำแท่งในประเทศได้ปรับตัวขึ้นไปแตะที่ระดับ 40,400 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 


อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้า ราคาทองอาจเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งอาจส่งผลลบต่อความต้องการลงทุนในทองคำ 


นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเพิ่มการซื้อทองคำเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน โดยเพิ่มการถือครองทองคำร้อยละ 0.2 เป็น 72.74 ล้านออนซ์ในเดือนมีนาคม 2024 การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของ PBOC เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 40,700 บาทต่อบาททองคำ



ภาพ Getty Images

ข่าวที่เกี่ยวข้อง