โลกร้อนกระทบ “ปากีสถาน” คาดฤดูหนาวจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

จากข้อมูลวิเคราะหฺสภาพอากาศ WeatherWalay ระบุว่า ปริมาณฝนและหิมะเฉลี่ยในฤดูหนาวของหุบเขาฮุนซา ในปากีสถานนั้น ลดลงประมาณ 30% นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2010 และมีอุณหภูมิฤดูหนาวบางปีสูงขึ้นราว 2–3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หิมะตกน้อยลงและไม่สามารถสะสมตัวจนเกิดน้ำแข็งที่คงทนได้ นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าจำนวนวันที่หนาวจัดลดลง ฤดูหิมะสั้นลง และเกิดภาวะที่เรียกว่า “หิมะแล้ง” มากขึ้น
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สระว่ายน้ำหน้า ป้อมอัลติท ซึ่งคือป้อมปราการและพระราชวังโบราณที่เก่าแก่ที่สุด (อายุมากกว่า 1,100 ปี) ในหุบเขาฮุนซา ประเทศปากีสถาน จะกลายเป็นลานฮอกกี้น้ำแข็งทุกฤดูหนาว กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นกีฬาของชุมชน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาลที่แน่นอนและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยว ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปีล่าสุด น้ำในสระกลับไม่แข็งตัวเพียงพอ สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลต่อภูมิภาคภูเขาทางตอนเหนือของปากีสถานอย่างชัดเจน
การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งประจำปี ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องแปดฤดูกาลในสระหน้าป้อมอัลทิต ต้องพึ่งพาน้ำแข็งธรรมชาติโดยสมบูรณ์ แตกต่างจากรีสอร์ตในยุโรปที่สามารถผลิตหิมะเทียมได้ ปีนี้ผู้จัดงานพยายามเตรียมลานตามขั้นตอนเดิม ทั้งการราดน้ำตอนกลางคืนและเกลี่ยพื้นผิวด้วยมือเพื่อให้อุณหภูมิต่ำช่วยสร้างชั้นน้ำแข็ง แต่สภาพอากาศที่ผันผวนและแสงแดดที่แรงทำให้น้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว จนต้องตัดสินใจย้ายการแข่งขันไปยังเมืองซอสต์ ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นกว่า
ผลกระทบยังขยายไปสู่ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของฮุนซา ฤดูหนาวที่คาดเดาไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ และผู้ให้บริการขนส่งได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แปรปรวนยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบท่อประปาที่แข็งตัวและละลายซ้ำ เพิ่มต้นทุนการบำรุงรักษา
ในระดับโลก หลายภูมิภาคเริ่มสูญเสียความสามารถในการจัดกีฬาฤดูหนาวอย่างสม่ำเสมอเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ฮุนซา ซึ่งมีประชากรไม่ถึงหนึ่งแสนคน กำลังเผชิญความจริงนี้โดยไม่มีเทคโนโลยีสร้างหิมะเทียมหรือระบบทำความเย็นขั้นสูงมารองรับ
เหตุการณ์ลานน้ำแข็งที่ไม่แข็งตัวในฮุนซาเป็นภาพสะท้อนชัดเจนของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฤดูหนาวที่เคยแน่นอนกำลังกลายเป็นสิ่งคาดเดาไม่ได้ ส่งผลต่อกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่น ดังนั้นจะเห็นว่า เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น ความท้าทายในการรักษาวิถีชีวิตและกิจกรรมที่ผูกพันกับฤดูกาลย่อมทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น