“เอลนีโญ” มาแล้ว โลกร้อนแล้งขึ้น แต่ทำไมฝนยังตกอยู่

เราอาจจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า ทำไมองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศว่า โลกเข้าสู่สภาวะเอลนีโญแล้ว แต่ทำไมบ้านเรายังฝนตกอยู่
เรื่องนี้ รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานฯ ที่มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบายว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะต้องเผชิญแต่ภัยแล้งอย่างเดียว เพราะมีโอกาสเกิดน้ำท่วมได้เช่นกัน และตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 6-10 %
“ในปีนี้ ผลกระทบจะส่งผลในช่วงปลายปี โดยคาดการณ์ว่าในช่วงฤดูฝนจริง ๆ คือเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม ปริมาณฝนอาจลดลงประมาณ 10-20% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีน้ำท่วมนะ เพราะว่าทั้งเดือนมันเฉลี่ยทั้งเดือนมันน้อยลง แต่บางวันมันตกหนัก”
“หลายคนก็บอกว่า เอ๊ะ ทำไมจะเข้าสู่เอลนีโญแล้วทำไมน้ำท่วมที่กระบี่หนักเลย น้ำท่วมพังงา เห็นไหม ก็เอาแค่ฝนวันสองวันก็เป็นอย่างนี้แหละสภาพมัน แต่โดยเฉลี่ยแล้วฝนทั้งเดือนน้อยกว่าปกติ” รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต กล่าว
“ต้องทำความเข้าใจให้ดีว่าในปีเอลนีโญจะมีน้ำท่วมได้ แต่มีโอกาสน้ำท่วมน้อย น้ำท่วมใหญ่ไม่น่าจะเกิดโดยปกติในอดีตทั่วไป แต่จะเป็นน้ำท่วมแบบรอการระบายมาแล้วก็ไปวันสองวัน” รศ.ดร.เสรี กล่าว
รศ.ดร.เสรี อธิบายว่า เมื่ออากาศร้อนขึ้น จะทำให้มีไอน้ำสะสมในชั้นบรรยากาศมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่พื้นดินมีอุณหภูมิสูง เมื่อมีความชื้นมากขึ้นและเจอกับอากาศเย็น ไอน้ำจะเกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ แต่ยังไม่ตกเพราะขนาดเล็ก หยดน้ำนี้จะรอวันที่มีลมพัดความชื้นจากทะเลมารวมตัวกันจนใหญ่ถึงจะตก
“ฉะนั้น ตรงนี้ต้องเฝ้าระวังว่าตอนไหนที่มีความกดอากาศสูง ความเย็นมาเจอความร้อนบนแผ่นดิน ก็จะตกเฉพาะจุด จะไม่กลายเป็นน้ำท่วมใหญ่ เราต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง เพราะคาดการณ์ยาวไม่ได้” ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต กล่าว
ด้าน ดร. สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เผยว่า แม้ฝนจะน้อยลงในภาพรวม แต่ยังมีโอกาสเกิดพายุฝนและน้ำท่วมฉับพลัน แต่จะเกิดขึ้นแบบเฉพาะจุด
“มันก็จะมีทั้งอากาศร้อนและอากาศแล้ง ฝนตกทิ้งช่วง แต่ก็ยังสลับกับพายุฝน และมีน้ำท่วมฉับพลันเนื่องจากว่ามันมีลมที่พัดจากทะเลเข้ามาหอบความชื้นเข้ามา แล้วมาเจอร่องมรสุม ก็เลยทำให้เกิดพายุฝน ฝนก็จะตกได้ในบางแห่งนะ แต่จะตกแบบ ‘Rain Bomb’ คำว่า ‘Rain Bomb’ ก็คือตกแช่ตกนาน ตกเป็นจุด ๆ ไม่ได้ตกทั่วประเทศ” ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าว
“ประเทศไทยก็ต้องระวัง เพราะว่าจากนี้ไปฝนจะตกทิ้งช่วง คือยังมีฝนตกนะ แต่มันตกเป็นหย่อม ๆ เฉพาะพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงติดชายทะเล แต่โดยทั่วไปมันไม่ตกมากมายนัก เพราะฉะนั้นในภาพรวม น้ำจะน้อย เราจะขาดแคลนน้ำ เกษตรกรรมก็ต้องระวังตัว ไปปลูกเหมือนเดิมไม่ได้ ไปปลูกพืชใช้น้ำเยอะไม่ได้ ผมมองรัฐบาลต้องออกมาเตือนประชาชน” ดร.สนธิ กล่าว
ด้านองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ประกาศเป็นทางการว่า สภาวะเอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และมีโอกาส 63% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลมหาสมุทรแปซิฟิกจะสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะอยู่ในระดับที่เรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” ช่วงปลายปีนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.เสรี ผอ. ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต
บทสัมภาษณ์ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย
“ซูเปอร์เอลนีโญ” ร้อนนี้ไม่ธรรมดา! อาจรุนแรงสุดในรอบ 140 ปี - TNN Online
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
