รีเซต

“สวนสัตว์” ต้องเร่งปรับตัว สัตว์ป่าเผชิญวิกฤต จากสภาพอากาศสุดขั้ว

“สวนสัตว์” ต้องเร่งปรับตัว สัตว์ป่าเผชิญวิกฤต จากสภาพอากาศสุดขั้ว
TNN ช่อง16
18 สิงหาคม 2569 ( 11:30 )
11

เมื่อสภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในป่า มหาสมุทร หรือพื้นที่เกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังลามไปถึง “สวนสัตว์” ซึ่งเป็นสถานที่ที่มนุษย์พยายามสร้างสภาพแวดล้อมให้สัตว์จากหลากหลายภูมิอากาศสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

 

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า สวนสัตว์ในปัจจุบันพร้อมรับมือกับโลกที่ร้อนขึ้นและสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้นแล้วหรือยัง? เพราะสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสัตว์ที่วิวัฒนาการมาในพื้นที่หนาวเย็น อาจได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง แม้จะอยู่ภายใต้การดูแลของมนุษย์ก็ตาม

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับสวนสัตว์ ทั้งอุณหภูมิสูงขึ้น คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก น้ำท่วม พายุ ไฟป่า และการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ พฤติกรรม การสืบพันธุ์ และสวัสดิภาพของสัตว์


สัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาว เช่น หมีขั้วโลก หรือสัตว์บางชนิดจากพื้นที่ภูเขา อาจเผชิญความเสี่ยงมากเป็นพิเศษเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น การสร้างร่มเงา ระบบระบายความร้อน น้ำ และพื้นที่หลบภัยจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญมากขึ้นในการออกแบบพื้นที่เลี้ยงสัตว์

 

แนวคิดเรื่อง “สภาพภูมิอากาศระดับจุลภาค” หรือ microclimate จึงมีความสำคัญ เพราะแม้อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นที่จะไม่ได้สูงมาก แต่บริเวณที่ได้รับแสงแดดโดยตรง พื้นคอนกรีต หรือพื้นที่ที่ไม่มีต้นไม้ อาจมีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณโดยรอบอย่างมาก การออกแบบสวนสัตว์ในอนาคตจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงร่มเงา ต้นไม้ แหล่งน้ำ การไหลเวียนของอากาศ และพื้นที่หลบภัยของสัตว์มากขึ้น

 

นอกจากการป้องกันสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์แล้ว สวนสัตว์ยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ป่า เพราะเมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่สัตว์บางชนิดจะปรับตัวหรือย้ายถิ่นตามธรรมชาติได้ สวนสัตว์อาจกลายเป็นพื้นที่สำรองประชากรและแหล่งเพาะพันธุ์เพื่อช่วยรักษาสายพันธุ์ที่กำลังเผชิญความเสี่ยง

 

รายงานของ IPCC ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และสัตว์หลายชนิดจำเป็นต้องเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป ขณะที่บางชนิดไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือปรับตัวได้เร็วเพียงพอ

 

ดังนั้น บทบาทของสวนสัตว์ในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดแสดงสัตว์ให้ประชาชนได้เรียนรู้ แต่ต้องพัฒนาไปสู่การเป็น “ศูนย์อนุรักษ์และเตรียมความพร้อมต่อวิกฤตภูมิอากาศ” ทั้งการวิจัย การเพาะพันธุ์ การเก็บรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรม และการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

 

ขณะเดียวกัน สวนสัตว์เองก็ต้องลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองด้วย เพราะระบบปรับอากาศ การสูบน้ำ การควบคุมอุณหภูมิ และการดูแลสัตว์จำนวนมากต้องใช้พลังงานและทรัพยากรเพิ่มขึ้น หากอากาศร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ความต้องการพลังงานในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้สัตว์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

สิ่งที่สวนสัตว์ต้องเตรียมจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับ “วันนี้” แต่ต้องวางแผนสำหรับสภาพภูมิอากาศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสำรองไฟและน้ำ แผนรับมือภัยพิบัติ ตลอดจนการออกแบบพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง