มหากาพย์ต้นตอโควิด จีนฉุนไบเดนสั่งสอบ ทรัมป์ได้ทีเย้ย บอกแล้วไม่เชื่อ

มหากาพย์ต้นตอโควิด จีนฉุนไบเดนสั่งสอบ ทรัมป์ได้ทีเย้ย บอกแล้วไม่เชื่อ
ข่าวสด
29 พฤษภาคม 2564 ( 00:27 )
15
มหากาพย์ต้นตอโควิด จีนฉุนไบเดนสั่งสอบ ทรัมป์ได้ทีเย้ย บอกแล้วไม่เชื่อ

 

มหากาพย์ต้นตอโควิด - วันที่ 28 พ.ค. บีบีซี รายงานว่า จีนประณามความพยายามของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สั่งให้หน่วยข่าวกรองสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาต้นตอของโควิด-19 ภายใน 90 วัน

 

มหากาพย์ต้นตอโควิด รอบใหม่นี้ เริ่มต้นมาจากสื่อวอลสตรีตเจอร์นัลอ้างอิงจากเอกสารหน่วยข่าวกรองสหรัฐว่า มีนักวิจัยจีน 3 คนของสถาบันดังกล่าว เข้ารักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลเมื่อเดือนพ.ย.2562 จากนั้น ก็เกิดโรคระบาดอุบัติใหม่ ที่ชื่อโควิด-19 เป็นวิกฤตใหญ่ของโลก

 

กระทรวงต่างประเทศจีนแถลงตอบโต้สหรัฐ ภายใต้การนำของนายไบเดน กล่าวหาว่ามีแรงจูงใจการเมืองและโยนความผิดแก่จีน พร้อมโจมตีหน่วยข่าวกรองสหรัฐมีประวัติศาสตร์อันมืดมนในการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดด้วย

 

 

ขณะเดียวกัน จีนปฏิเสธความเชื่อมโยงระหว่างโควิด-19 กับสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (ดับเบิลยูไอวี) ในเมืองอู่ฮั่น อย่างสิ้นเชิง

"คำสั่งของประธานาธิบดีไบเดนแสดงว่า สหรัฐไม่สนใจข้อเท็จจริงหรือความจริงและไม่มีความสนใจศึกษาต้นตอไวรัสทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง" นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวและว่า

 

 

"เป้าหมายของสหรัฐคือใช้โรคระบาดเพื่อตีตราเล่นงานทางการเมือง และโยนความผิดแก่จีน สหรัฐไม่เคารพวิทยาศาสตร์ ไม่รับผิดชอบต่อชีวิตคน และต่อต้านความพยายามร่วมกันต่อสู้กับไวรัส"

ขณะเดียวกัน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ เดอะ โกลเบิล ไทมส์ กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า ทฤษฎีสมคบคิดเรื่องห้องปฏิบัติการทดลองกับโควิด-19 จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และว่าสหรัฐควรเปิดทางให้คณะผู้ทำงานขององค์การอนามัยโลกเข้าไปสอบสวนห้องปฏิบัติการของสหรัฐ เช่นเดียวกับที่จีนทำ

 

 

ด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่เคยกล่าวหาจีน ได้ทีตอกย้ำอีกครั้ง ในการให้สัมภาษณ์ นิวส์แม็กซ์ ว่า "มันชัดเจนสำหรับคนฉลาด ว่าไวรัสโคโรนามาจากห้องแล็บของจีนในเมืองอู่ฮั่น แต่ผมถูกวิจารณ์เสียๆ หายๆ แต่ตอนนี้พวกนั้นกำลังพูดว่า เออเขาพูดถูก ... ขอบคุณนะ!"

 

“ผมไม่เคยสงสัยแต่แรกแล้ว ผมกลับถูกสื่อวิพากษ์วิจารณ์ เพราะพวกนั้นมีจีนดูแลอยู่ และดูแลฮันเตอร์ (ไบเดน) ด้วย พวกนั้นคอยอุ้มชูโจ อุ้มชูทุกๆ คนใช่ไหม ดังนั้นก็ไม่มีใครอยากพูดว่าเป็นจีน ปกติแล้วก็โทษแต่รัสเซีย เอะอะก็ รัสเซีย รัสเซีย รัสเซีย แต่ผมพูดถูกว่ามันเริ่มต้นหลุดออกมาจากอู่ฮั่น” ทรัมป์กล่าว และตัดพ้อต่อว่า

 

 

“ตอนนี้ทุกๆ คนเริ่มเห็นด้วยว่า ผมพูดถูกตั้งแต่แรกว่า อู่ฮั่นนั่นแหละที่มาของโควิด-19 และบางทีเรียกว่า ไวรัสจีน"

 

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มหากาพย์ต้นตอสโควิด-19 เพิ่มความร้อนแรงทางการเมืองในสหรัฐ เมื่อรายงานข่าวกรองสหรัฐ ที่เผยแพร่ทางสื่อเจอร์นัล วอลล์สตรีต ไปตรงกับคำกล่าวของนายทรัมป์ ที่กล่าวหาจีนมาตลอดว่าจีนเป็นต้นตอการระบาดของไวรัส แต่ไม่แสดงหลักฐานใดๆ

 

 

กรณีไม่มีหลักฐานชัดเจนนี้ ทำให้นายไบเดนสั่งปิดการสอบสวนของรัฐบาลก่อนที่ตั้งตามคำสั่งของนายไมก์ พอมเพโอ สมัยเป็นรมว.ต่างประเทศสหรัฐ

 

 

แต่นายพอมเพโอให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์ นิวส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พ.ค. ว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนทราบว่าเกิดอะไรขึ้นและทราบตัวผู้ป่วยโควิด-19 หมายเลขศูนย์ อีกทั้ง ทราบว่าไวรัสเกิดจากที่ไหน พร้อมทั้งตำหนิจีนที่เตือนชาวโลกช้าเกินไป

 

ดร.ลีอานา เหวิน อดีตคณะกรรมาธิการสาธารณสุขบัลติมอร์ กล่าวว่าการที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่าต้นตอการระบาดโควิด-19 มาจากไหนต้องอยู่บนพื้นฐานของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ จะหยิบยกเฉพาะข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้รัฐบาลไบเดนสั่งปิดการสอบสวนของนายพอมเพโอ และถึงคราวที่รัฐบาลไบเดนต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าต้นตอไวรัสอยู่ที่ไหน

 

 

คาริน ฌอง-ปิแอร์ รองเลขาธิการด้านสื่อมวลชนประจำทำเนียบขาว กล่าวว่ามีการพูดกันมานานว่าจีนจำเป็นต้องเข้าถึงห้องทดลองให้มากกว่านี้และให้ความร่วมมือกับนักสอบสวนทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่คิดว่าจีนจะทำได้ถึงมาตรฐาน

ส่วน แอนดี สลาวิตต์ ผู้ประสานงานโควิด-19 ทำเนียบขาวกล่าวว่าสหรัฐ ต้องการให้จีนดำเนินกระบวนการการสอบสวนอย่างโปร่งใสและจำเป็นต้องเชิญองค์การอนามัยโลกเข้าร่วมการสอบสวนด้วย

 

 

ขณะที่ นายมาร์โก รูบิโอ ส.ว.รัฐฟลอริดาจากพรรคริพับลิกันและว่าที่ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 2024 กล่าวตรงๆ ว่าองค์การอนามัยโลกไม่มีความสามารถในการสอบสวนเพราะจีนไม่อนุญาต

 

 

ส่วน นายทอดด์ ยัง ส.ว.รัฐอินเดียนา พรรคริพับลิกัน กล่าวว่าในสายตาของชาวอเมริกันและชาวโลกเห็นว่าองค์การอนามัยโลกควรต้องกอบกู้ชื่อเสียงใหม่ด้วยการกดดันให้จีนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสให้มากขึ้น

........

ข่าวที่เกี่ยวข้อง