CMDF ทุ่ม 4,200 ล้าน เดินหน้าสร้างฐานตลาดทุนยั่งยืน หนุนคนไทยรู้การเงินปั้นเวลธ์

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า กองทุนยังเดินหน้าตามพันธกิจในการพัฒนาองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุน โดยในปี 2569 กองทุนมุ่งเน้นการคัดเลือกโครงการที่มี Impact ชัดเจนและเป็น Priority ต่อตลาดทุน ซึ่งในครึ่งปีแรกอนุมัติไปแล้ว 11 โครงการ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท และคาดว่าตลอดทั้งปีจะใช้เม็ดเงินสนับสนุนรวมประมาณ 600–800 ล้านบาท
ทิศทางการดำเนินงานของ CMDF ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มุ่งตอบ 3 โจทย์ปัญหาสำคัญของตลาดทุนไทย เพื่อเร่งลด 3 ช่องว่างสำคัญของตลาดทุนไทย ได้แก่ การเข้าถึงตลาดทุน (Access) เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability) และการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust an Confidence) เพื่อวางรากฐานให้ระบบนิเวศตลาดทุนไทยเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ CMDF เริ่มดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กองทุนได้อนุมัติทุนสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 183 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,200 ล้านบาท โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่นำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของตลาดทุน ขณะที่โครงการด้านการศึกษาวิจัยและนวัตกรรม (R&D) มีจำนวนโครงการมากที่สุด ใช้เม็ดเงินรวมกว่า 400 ล้านบาท
โดย CMDF มุ่งเน้นการขับเคลื่อนตลาดทุนผ่านการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทจดทะเบียน การใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์หุ้นที่ถูกมองข้าม การผลิตงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง และการใช้เงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับทิศทางการทำงานในปี 2569 จะมุ่งตอบ 3 โจทย์ที่เป็นปัญหาสำคัญของตลาดทุนไทย ดังนี้
โจทย์ที่ 1 การเข้าถึงตลาดทุน (Accessibility)
ตลาดทุนไทยยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงทั้งในฝั่งผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนโดยกลุ่ม ธุรกิจ New Economy และ Startup ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่ผู้ลงทุนยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนบางประเภท CMDF จึงสนับสนุนโครงการการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของธุรกิจสู่ M&A และ IPO เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน ช่วยให้ตลาดทุนไทยเติบโตทั้งด้านความหลากหลายของธุรกิจและมูลค่าหลักทรัพย์จดทะเบียน
สำหรับเป้าหมายการระดมทุนกอง PE Trust อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่ง CMDF จะร่วมลงเงิน 300 ล้านบาท โดยจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 15 ก.ย.
สำหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะเดินหน้าต่อยอดการเชื่อมโยงระบบนิเวศให้ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประกันภัยและผู้ลงทุนสถาบันเข้ามาร่วมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย โดยจัดทำการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยไทย ซึ่งคนไทยถือกรมธรรม์เพียง 40 ฉบับ ต่อ 100 คน ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งผลการศึกษาจะนำเสนอแนวทางต่อ คปภ. และกระทรวงการคลัง ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน เพื่อรองรับสังคมสูงวัย และดึงเม็ดเงินระยะยาวเข้าสู่ตลาดทุน
โจทย์ที่ 2 เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability)
CMDF สนับสนุนการพัฒนาความรู้และทักษะทางการเงินครอบคลุมผู้เข้าร่วมกว่า 20,000 คน โดยมุ่งลดช่องว่างด้านความรู้และทักษะของบุคลากรในตลาดทุน ผ่านการให้ทุนสอบที่เป็น Global Certificate ต่าง ๆ เช่น CFA, CMT, FRM, CQF และ CAIA โดย CMDF ให้ทุนสนับสนุนบุคลากรในตลาดทุนสอบรับรองคุณวุฒิระดับโลกในรูปแบบสอบผ่านแล้วเบิกได้ ตั้งเป้าผลักดันให้ผู้ถือ CFA Level 3 ของไทยเพิ่มเกิน 1,000 คนในปี 2571 จากปัจจุบันไทยมีราว 700 คน ซึ่งยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่มีประมาณ 1,300 คน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อให้บุคคลากรมีเพียงพอที่จะรองรับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง(Wealth Management) ที่คนให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบันที่คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น
รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และสนับสนุนสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัดอบรมหลักสูตร Investor Relations (IR) โดยมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารข้อมูลกับกลุ่มนักลงทุน ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความท้าทายจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เงินออมที่จำกัด และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย CMDF มุ่งเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนมีความพร้อมทางการเงินผ่านการให้ความรู้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและการส่งเสริมการออมระยะยาว
ทั้งนี้ สำหรับครึ่งปีหลังการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อวัยเกษียณยังคงเป็นประเด็นที่ CMDF ให้ความสำคัญ โดยจะต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเงินเพื่อการเกษียณผ่านงาน CMDF Symposium 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหลายมิติ ทั้งแนวทางการส่งเสริมความรู้ทางการเงินในระดับมหาวิทยาลัย การยกระดับการออมผ่านช่องทางตลาดทุน และการวางแผนบริหารเงินหลังเกษียณ
ตลอดจนการนำเสนอผลการศึกษาภายใต้โครงการวิจัย TISA (Thailand Individual Savings Account) ที่มุ่งวางรากฐานระบบส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมนำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาเป็นมาตรการส่งเสริมการออมสำหรับประชาชนทั่วไปต่อไป ทั้งนี้ CMDF ศึกษาโครงสร้างต้นแบบจาก NISA ของญี่ปุ่น โดยนำเสนอแนวคิดบัญชีออมลงทุนระยะยาวที่ครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยงและได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดย CMDF เตรียมทำ Education Campaign สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจอย่างทั่วถึงทันทีที่ภาครัฐอนุมัติ โดยเชื่อมั่นว่า TISA จะช่วยขยายฐานผู้ลงทุนหน้าใหม่มากขึ้น
โจทย์ที่ 3 การสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust and Confidence)
ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนเป็นรากฐานสำคัญของตลาดทุน โดยตลาดทุนยังมีความท้าทายทั้งจากภัยหลอกให้ลงทุน ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และการคุ้มครองข้อมูล ในช่วงที่ผ่านมา CMDF จึงมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน ผ่านการโครงการ TCM-CERT,Data Exchange Platform รวมถึงการศึกษาเชิงนโยบายด้าน Fraud & Investor Protection
สำหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะต่อยอดการสร้างความเชื่อมั่นไปสู่การยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน ผ่านแนวทาง Corporate Value Up ภายใต้โครงการ JUMP+ Phase 2 ซึ่งดำเนินโครงการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในระยะยาว
ทั้งนี้ CMDF สนับสนุนงบประมาณให้ บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) เข้าร่วมโครงการ สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อบริษัท รวม 142 บริษัท แบ่งเป็น SET 86 ราย, mai 56 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Services และมี Market Cap ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยโครงการครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ/ESG, การจัดทำบทวิเคราะห์โดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพรวมและไฮไลต์ที่น่าสนใจ เช่น ROE ที่ดีขึ้น หรือกำไรที่พุ่งสูงขึ้น และการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์้เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนต่อไป
ด้านสถานะกองทุน CMDF ในปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมเกือบ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนสำหรับบริหารจัดการประมาณ 5,000 ล้านบาท บริหารจัดการกระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ มีผลตอบแทนเฉลี่ย 4–5% ต่อปี และเงินสภาพคล่องสำหรับดำเนินงาน (Working Capital) ประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อใช้หมุนเวียนในการดำเนินงานและสนับสนุนโครงการต่างๆ ในแต่ละปี นอกจากนี้ กองทุนยังได้รับเงินนำส่งประจำปีจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามกฎหมายเข้ามาสมทบทำให้กองทุนมีสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
