รีเซต

คลังเร่งดัน "TISA" จ่อคลอด ภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ เร่งสรุปเงื่อนไขใหม่ หนุนออมลงทุนระยะยาว

คลังเร่งดัน "TISA" จ่อคลอด ภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ เร่งสรุปเงื่อนไขใหม่ หนุนออมลงทุนระยะยาว
TNN ช่อง16
22 กรกฎาคม 2569 ( 12:05 )

คลังเร่งดัน "TISA" จ่อคลอด ภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ เร่งสรุปเงื่อนไขใหม่ หนุนออมลงทุนระยะยาว 


คลังเร่งคลอด TISA ภายในเดือนกันยายน


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ Thailand Individual Savings Account (TISA) หรือบัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคล ว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ทางภาษีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันโครงการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2569 หรือภายในเดือนกันยายนนี้


โครงการดังกล่าวถูกออกแบบให้สอดรับกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย โดยมุ่งส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านการลงทุน และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือกลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่ารูปแบบเดิมที่จำกัดอยู่ในกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น LTF หรือ SSF


เล็งเพิ่มวงเงิน-ลดข้อจำกัดการลงทุน


นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีอิสระในการวางแผนการลงทุนเพื่อวัยเกษียณมากขึ้น พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเท่าเทียม


ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาวงเงินลงทุนที่เหมาะสม รวมถึงมีแนวโน้มปรับเงื่อนไขใหม่ โดยอาจยกเลิกข้อกำหนดเรื่อง "ตัวคูณ" เช่น 0.3 หรือ 0.7 ที่เคยใช้กำหนดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์บางประเภท เพื่อให้การลงทุนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น


"พันธบัตรออมพลัส" ทางเลือกลงทุนพันธบัตรเริ่มต้น 100 บาท


นอกจาก TISA แล้ว กระทรวงการคลังยังเดินหน้าผลักดันโครงการ พันธบัตรออมพลัส เปิดโอกาสให้ประชาชนลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท โดยสามารถซื้อขายผ่านตลาดรองได้ผ่าน Bond Connect และแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อขยายโอกาสการออมของประชาชนทุกกลุ่ม


เดินหน้าดึงต่างชาติลงทุน ผ่าน Thailand Fast Pass


นายเอกนิติ กล่าวว่า ภายหลังการเดินทางเยือนจีนร่วมกับนายกรัฐมนตรี ได้รับสัญญาณตอบรับที่ดีจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจจีน โดยรัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันมาตรการ Thailand Fast Pass เพื่อเร่งขั้นตอนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น


ตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในไตรมาสแรกที่มีมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย


พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และระบบดิจิทัล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดในปริมาณสูง รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่การเป็นซัพพลายเชนของบริษัทระดับโลก


ดัน BOI to IPO เติมหุ้นเทคโนโลยีในตลาดไทย


อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ BOI to IPO ซึ่งจะเปิดทางให้บริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สามารถระดมทุนในตลาดทุนไทยผ่านรูปแบบ Dual Listing ได้ง่ายขึ้น


รัฐบาลมองว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มบริษัทเทคโนโลยีและ AI ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


ล่าสุด มีบริษัทชั้นนำจากจีนอย่างน้อย 2 ราย แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ บริษัทด้านเทคโนโลยีการส่งข้อมูลผ่านแสง และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สมัยใหม่ ขณะที่อีกบริษัทหนึ่งอยู่ระหว่างเตรียมลงทุนในไทยมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท และจะเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องภายใต้ Thailand Fast Pass

เร่งแก้ปัญหาบัญชีม้าหุ้น-สวมชื่อกรรมการบริษัท


นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงกรณีประชาชนบางส่วนถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะมีชื่อเป็นผู้ถือบัญชีหลักทรัพย์หรือกรรมการบริษัท ทั้งที่ไม่ได้ดำเนินการเอง


กระทรวงการคลังจะหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อร่วมตรวจสอบการเปิดบัญชีหลักทรัพย์โดยมิชอบ รวมถึงการนำชื่อบุคคลไปใช้เป็นกรรมการบริษัทโดยไม่ได้รับความยินยอม เพื่อป้องกันการใช้บัญชีม้า ปราบปรามทุนสีเทาและมิจฉาชีพ ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ควรได้รับสวัสดิการจากภาครัฐอย่างถูกต้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง