รีเซต

อิหร่านยังมีขีปนาวุธอีกหลายพันลูก คนอเมริกันต้องการยุติสงคราม

อิหร่านยังมีขีปนาวุธอีกหลายพันลูก คนอเมริกันต้องการยุติสงคราม
TNN ช่อง16
11 เมษายน 2569 ( 14:29 )
28

วอลลสตรีท เจอร์นัล รายงานในวันนี้ (11 เมษายน) อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธทิ้งตัวทั้งพิสัยยิงระยะใกล้และระยะกลางอยู่หลายพันลูก แม้จะพร่องไปจำนวนมากจากการใช้ยิงโต้กลับการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลนาน 6 สัปดาห์ โดยอิหร่านอาจสามารถขุดขีปนาวุธเหล่านั้นขึ้นมาใช้ได้อีก จากคลังเก็บที่แม้จะถูกโจมตีทิ้งระเบิดไปแล้ว  นอกจากนี้ อิหร่านยังมีความสามารถจะทำให้เครื่องยิงขีปนาวุธที่ถูกโจมตีไปแล้ว ให้กลับมาใช้ได้ใหม่ได้ด้วย  นอกจากนี้ อิหร่านยังมีขีปนาวุธร่อนอีกจำนวนหนึ่งแต่ไม่มากนัก   WSJ รายงานโดยอ้างการประเมินของฝ่ายข่าวกรองสหรัฐฯ 


รายงาน WSJ ขัดแย้งกับพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ที่ได้ระบุในสัปดาห์นี้ว่า คลังขีปนาวุธของอิหร่านร่อยหรอลงและถูกทำลาย ส่วนพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านสูญเสียระบบป้องกันภัยทางอากาศไปร้อยละ 80 สูญเสียโรงงานผลิตอาวุธไปร้อยละ 90 และสูญเสียอาวุธทางนาวีชนิดในรูปแบบ (conventional naval foreces) ไปกว่าร้อยละ 90

แม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า เครื่องยิงขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำให้ใช้การไม่ได้ไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ WSJ อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ หลายคนเช่นกันว่า เครื่องยิงขีปนาวุธเหล่านั้นมีจำนวนมากที่อิหร่านสามารถทำให้กลับมาใช้ใหม่ได้


เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังกังวลว่า อิหร่านอาจใช้การหยุดยิง 2 สัปดาห์ เป็นโอกาสเสริมสร้างคลังขีปนาวุธทิ้งตัวขึ้นมาใหม่ 


อย่างไรก็ตาม WSJ รายงานว่า คลังโดรนของอิหร่านร่อยหรอลงอย่างมาก ทั้งจากการใช้โจมตีโต้กลับและจากการถูกทำลาย


WSJ รายงานต่อไปอ้างเจ้าหน้าที่ทางรัฐบาลอิสราเอลว่า อิหร่านไม่สามารถจะผลิตขีปนาวุธเพิ่มได้อีก อิสราเอลสามารถลดขีดความสามารถการยิงขีปนาวุธของอิหร่านลงได้ประมาณ 10-15 ลูกต่อวันนับตั้งแต่เริ่มโจมตีอิหร่าน เทียบกับที่อิหร่านเคยยิงขีปนาวุธได้หลายสิบลูกต่อวันในช่วงแรกของสงคราม

อัลจาซีรารายงานผลโพลล่าสุดความคิดเห็นชาวอเมริกัน ยิ่งเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นต่อรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 2 ใน 3 ของชาวอเมริกันระบุว่า ต้องการเห็นสงครามอิหร่านจบ เพราะไปไกลเกินไป ในผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันหลายสำนัก ชาวอเมริกันบ่นเรื่องค่าเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น กระทบต่อไปยังราคาสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้นตาม เงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองที่หนักอึ้งต่อรัฐบาลทรัมป์ ความจริงแล้ว ภายในรัฐบาลทรัมป์เอง ก็ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพแต่แรกอยู่แล้วว่า ควรก่อสงครามอิหร่านหรือไม่


รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลทรัมป์ ที่คัดค้านการก่อสงครามอิหร่านตั้งแต่แรก การที่ทรัมป์เลือกให้แวนซ์นำทีมเจรจาสันตภาพกับอิหร่านที่อิสลามมาบัดในวันนี้ จึงมีนัยที่สำคัญ


การที่ทรัมป์ยอมเปิดเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับอิหร่านที่อิสลามมาบัดในวันนี้ ถูกมองว่าเป็นเพราะรัฐบาลทรัมป์กำลังถูกกดดันหนักทั้งจากเศรษฐกิจและการเมืองภายในสหรัฐฯ หลังจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดพุ่งสูงสุดรอบ 2 ปี และผลกระทบของการที่ทรัมป์ก่อสงครามอิหร่านทั้งที่ปีนี้สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งกลางเทอม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง