รีเซต

นายกฯ เลบานอนประกาศ ทวงคืนพื้นที่ ”ทุกตารางนิ้ว” ที่ถูกยึด

นายกฯ เลบานอนประกาศ ทวงคืนพื้นที่ ”ทุกตารางนิ้ว” ที่ถูกยึด
TNN ช่อง16
1 พฤษภาคม 2569 ( 17:46 )
7

นาวาฟ ซาลัม นายกรัฐมนตรีของเลบานอน ให้คำมั่นวันนี้ (1 พ.ค.) ว่า จะเดินหน้าทวงคืน “ทุกตารางนิ้ว” ของดินแดนที่ถูกยึดครอง พร้อมผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ 


ในแถลงการณ์ผ่าน X ของนาวาฟ ซาลัม นายกรัฐมนตรีของเลบานอน วันนี้ ได้กล่าวถึงแรงงานทั่วประเทศ เนื่องในวันแรงงาน โดยยอมรับถึงความยากลำบากที่ประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ 


เขากล่าวอีกว่า “ผมเข้าใจถึงความทุกข์ยากของพวกคุณ ทั้งการสูญเสียงาน กำลังซื้อที่ลดลง และแรงกดดันในชีวิตประจำวัน” พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน ฟื้นฟูดินแดนที่ถูกยึด และเร่งปฏิรูปประเทศควบคู่ไปกับหารฟื้นเศรษฐกิจ


ตั้งแต่ปี 2019 เลบานอนเผชิญวิกฤตการเงินรุนแรง ซึ่งธนาคารโลกจัดว่าเป็นหนึ่งในวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ค่าเงินปอนด์เลบานอนอ่อนค่ามากกว่า 98% 


อย่างไรก็ตาม วิกฤตเศรษฐกิจเลบานอนยิ่งเลวร้ายลงจากการโจมตีของอิสราเอลและการพลัดถิ่นของประชาชน โดยรายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO และโครงการอาหารโลก (WFP) ระบุว่า ประชาชนราว 1.24 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ที่ประเมิน จะเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารระดับวิกฤต ระหว่างเดือนเมษายนถึงสิงหาคมในปีนี้ 


รายงานยังชี้อีกว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและการอพยพตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารทรุดหนัก

หลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตอบโต้สงครามอิหร่าน อิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีข้ามพรมแดนไปยังเลบานอนตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,600 คน และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1 ล้านคน 


แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง 10 วันที่เริ่มเมื่อ 17 เมษายน และต่อมามีการขยายต่ออีกจนถึง 17 พฤษภาคม แต่อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศและรื้อถอนบ้านเรือนของประชาชนในเลบานอนตอนใต้อย่างต่อเนื่อง 


ขณะที่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลประกาศกำหนด “เส้นสีเหลือง” (Yellow Line) ทางตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี ให้เป็นเขตกันชนด้านความมั่นคง คล้ายโมเดลกาซา โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการกลับมาของผู้พลัดถิ่นและควบคุมกิจกรรมติดอาวุธ พร้อมจัดพื้นที่ดังกล่าวให้เป็น “เขตสู้รบ” ที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง


ส่วนสถานการณ์การสู้รบ กองทัพเลบานอนระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลเมื่อวานนนี้ (30 เม.ย.) คร่าชีวิตทหารประจำการ 1 นาย พร้อมสมาชิกในครอบครัวหลายรายในเมือง คฟาร์ เรมาน เขตนาบาติเยห์ ทางตอนใต้ของประเทศ 


ผู้เสียชีวิตคือ อาลี ริฟาอัต จาเบอร์ วัย 31 ปี ซึ่งกองทัพระบุว่า เขายังเป็นผู้ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติหลายรายการ และเคยได้รับคำชมเชยจากผู้บัญชาการกองทัพหลายครั้ง 


สื่อเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 ราย จากการโจมตีของอิสราเอลทั่วพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของประเทศในวันเดียวกัน โดยเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน คลิปวินาทีที่กองทัพอิสราเอลระเบิดอุโมงค์ใต้ดินในเมือง ราส บิยาดา ทางตอนใต้ของเลบานอน แสดงให้เห็นควันสีดำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าจากแรงระเบิด


ขณะที่ในมุมนักวิเคราะห์อย่าง ราเนีย คาเล็ก นักวิเคราะห์การเมืองเลบานอนในกรุงเบรุต ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว อัลจาซีรา โดยวิพากษ์การเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการเจรจาจะนำไปสู่ผลลัพธ์ใด เนื่องจากรัฐบาลเลบานอนไม่มีอำนาจต่อรอง 


คาเล็กมองว่า รัฐบาลเลบานอนยอมจำนนต่อสหรัฐฯ โดยพฤตินัย ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐฯ แยกประเด็นเลบานอนออกจากอิหร่าน 


แม้รัฐบาลจะอ้างว่าต้องการเจรจาเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แต่คาเล็กระบุว่า แท้จริงแล้วเป็นเพียงการแสดงทางการเมืองที่ช่วยให้สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เลบานอนไม่ได้อะไรตอบแทนจากการแจรจา ขณะที่ในทางปฏิบัติ ไม่มีการหยุดยิงจริง เนื่องจากยังคงเห็นอิสราเอลโจมตีทุกวัน


นอกจากนี้ สถานการณ์ยังสร้างความแตกแยกในประเทศ โดยเฉพาะประชาชนชาวชีอะห์ในภาคใต้ที่ยังคงถูกบังคับให้ต้องพลัดถิ่นจำนวนมาก 


คาเล็กยังตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีตัวแทนชาวชีอะห์ อยู่ในกระบวนการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลอีกด้วย ซึ่งสะท้อนช่องว่างทางการทูตที่สำคัญ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง