รีเซต

จีนผงาดเป็น "ศูนย์กลางการทูต" หลังทรัมป์-ปูตินเยือนติดกัน

จีนผงาดเป็น "ศูนย์กลางการทูต" หลังทรัมป์-ปูตินเยือนติดกัน
TNN ช่อง16
20 พฤษภาคม 2569 ( 14:42 )

หลังจากที่เพิ่งต้อนรับการเยือนกรุงปักกิ่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงไม่กี่วัน ในวันนี้ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ก็ให้การต้อนรับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซียต่อ นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้นำของสหรัฐฯ และผู้นำของรัสเซีย เดินทางเยือนจีนติดกันภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้นำโลกจากหลายชาติต่างทยอยเดินทางเยือนจีนแทบไม่เว้นวันตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้นำจากยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาใต้ หรือเอเชีย เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า จีนกำลังถูกจับตามองในฐานะศูนย์กลางด้านการทูต ที่ผู้นำโลกมองจีนว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนในระหว่างที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่ 

แน่นอนว่าการจัดตารางให้ปูตินเดินทางเยือนจีนต่อจากทรัมป์ ภายในเวลาไม่กี่วันแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และการที่ผู้นำชาติมหาอำนาจสองประเทศเดินทางเยือนจีนติดกันแบบนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าจีนกลายเป็นศูนย์กลางด้านการทูต ที่การแก้ไขวิกฤตต่าง ๆ บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงคราม เรื่องพลังงาน เรื่องการค้า จะต้องมีจีนเข้าไปมีส่วนร่วม และประเทศที่เกี่ยวข้องกับปัญหาต่าง ๆ ต้องรับฟังความคิดเห็นจากจีนว่ามีมุมมองต่อเรื่องนั้นอย่างไร

อย่างการเดินทางเยือนจีนของปูติน ในช่วงเวลาที่สงครามในยูเครนยังไม่ยุติ และการเยือนจีนของทรัมป์ในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเจรจาหาทางยุติสงครามกับอิหร่าน ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย ต่างต้องการให้จีนเข้ามามีบทบาทในสงครามที่ตัวเองเป็นฝ่ายเริ่ม โดย หลี่ไหตง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยการต่างประเทศจีน ให้สัมภาษณ์กับ Global Times ว่า การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหานิวเคลียร์ หรือปัญหาด้านความมั่นคง จะไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เลย ถ้าไม่มีจีนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย  

รัสเซียต้องการกระชับความสัมพันธ์ด้านยุทธศาสตร์กับจีน พร้อมกับเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า และอุตสาหกรรม ส่วนสหรัฐฯ ต้องการให้จีนมีส่วนร่วมสนับสนุนประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ  ชาติในยุโรป อย่างฝรั่งเศส อังกฤษ ก็ต้องการพึ่งพาตลาดจีน เพื่อแทนที่ตลาดสหรัฐฯ ที่มีความไม่แน่นอนสูง ส่วนชาติในแอฟริกา และอเมริกาใต้ ต่างต้องการการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากจีนในด้านต่าง ๆ


สาเหตุที่ทำให้ประเทศอื่น ๆ กันมาเข้าหาจีนมากกว่าการเข้าหาสหรัฐฯ และรัสเซีย ที่เป็นชาติมหาอำนาจเหมือนกัน เราอาจบอกได้ว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นผู้นำที่ใช้เหตุผลและดูไว้วางใจได้มากที่สุด หากเทียบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต่างมีพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยาก อย่างการเริ่มโจมตีอิหร่านและยูเครน แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สร้างความแตกตื่นไปทั่วโลก จึงทำให้จีนในขณะนี้ ไม่ได้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านการทูตของโลกด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง