“สิงคโปร์” ส้มหล่น เศรษฐีย้ายเงินหนีอาหรับ

สิงคโปร์ขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักลงทุนและสำนักงานธุรกิจครอบครัว (family office) สำหรับโยกย้ายเงินออกจากตะวันออกกลางเพื่อหาแหล่งปลอดภัยสำหรับสินทรัพย์ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เผยแพร่ข้อมูลในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกหลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุขึ้น พบว่า บรรดาผู้มั่งคั่งโยกย้ายสินทรัพย์ไปยังสิงคโปร์มากสุด รองลงมาเป็นฮ่องกง
“ฉั่ว ฮัก บิน” และ “ไบรอัน ลี” นักเศรษฐศาสตร์จาก “เมย์แบงก์” ระบุว่า การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดังกล่าวสะท้อนถึงเงินฝากที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในสิงคโปร์ รวมถึงบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ บัญชีเงินฝากของผู้มีถิ่นพำนักอยู่นอกประเทศ ทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลาง และการนำเข้าทองคำจากดูไบ
โดยเงินฝากรวมในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 6.62 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือร้อยละ 7.2 อยู่ที่ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เร่งตัวขึ้นจากที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ในเดือนกุมภาพันธ์
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากเงินฝากสกุลดอลลาร์สิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 และเงินฝากสกุลต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7
การเพิ่มขึ้นหลัก ๆ มาจากเงินฝากของชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม โดยเพิ่มขึ้น 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ อยู่ที่ 6.591 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์
เมื่อเทียบรายปี เงินฝากของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 แต่ไม่มีข้อมูลแยกรายสัญชาติ
การไหลเข้าของเงินทุนยังส่งผลต่อทุนสำรองระหว่างประเทศของสิงคโปร์ในเดือนมีนาคมที่เพิ่มขึ้น 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และอีก 2.4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนเมษายน สะท้อนถึงการไหลเข้าของเงินทุนอย่างต่อเนื่อง
ทองคำก็เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย โดยการนำเข้าทองคำของสิงคโปร์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เดือนมีนาคม พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ 1,446 กิโลกรัม มูลค่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
