เซนท์คอมเสนอแผนโจมตีอิหร่านที่อาจเป็นครั้งสุดท้าย

Fox News รายงานว่า พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลาง กองทัพสหรัฐฯ หรือ เซนท์คอม ได้เข้าประชุม Situation Room กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วานนี้ (30) และได้เสนอแผนการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ที่อาจเป็น "ครั้งสุดท้าย" (final blow)
แผนการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่นี้ จะเป็น "คลื่น" การโจมตี กล่าวคือเป็นการโจมตีหลายครั้งแบบต่อเนื่องกัน โดยปฏิบัติการแต่ละครั้งจะเป็นปฏิบัติการที่สั้นแต่ทรงพลัง
ส่วนเป้าหมายการโจมตีตามที่เสนอในแผนการของผู้บัญชาการเซนท์คอม ได้แก่ สินทรัพย์ทางการทหารที่ยังเหลืออยู่ของอิหร่าน , ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน และโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่าน เพื่อให้ทรัมป์เลือก ถ้าหากว่าทรัมป์ตัดสินใจที่จะฟื้นการโจมตีอิหร่านรอบใหม่
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์อ้างว่า ขีปนาวุธของอิหร่านจำนวนมากได้ถูกทำลายไปแล้ว ส่วนโรงงานผลิตขีปนาวุธอิหร่านลดการผลิตลงร้อยละ 90 และโรงงานผลิตโดรนของอิหร่านลดการผลิตลงร้อยละ 82
ฟ็อกซ์ นิวส์ รายงานต่อไปว่า ทางด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนทากอน ก็กำลังพิจารณาประจำการระบบอาวุธขั้นสูงหลายระบบ หนึ่งในนั้นคือ ขีปนาวุธชนิดใหม่ความเร็วเหนือเสียง ที่มีชื่อว่า "Dark Eagle" ขีดความสามารถดาร์ค อีเกิล สามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลถึง 3,218 กิโลเมตร ดาร์ค อีเกิลอาจถูกนำมาใช้โจมตีเป้าหมายคือเครื่องยิงขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน
ส่วนเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำหนักอาวุธความเร็วเหนือเสียงได้มากถึง 5,000 ปอนด์ จะถูกนำออกใช้มากขึ้นในตะวันออกกลาง
การเสนอแผนโจมตีอิหร่านใหม่ต่อทรัมป์ มีขึ้นทั้งที่การหยุดยิงยังคงอยู่ การหยุดยิงนาน 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มขึ้นเมื่อ 8 เมษายนที่ผ่านมา ได้จบลงไปแล้วเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทรัมป์ได้ต่อเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ส่วนอิหร่านประกาศเมื่อวานนี้ (30 เมษายน) ว่า จะตอบโต้ด้วย “การโจมตีที่ยาวนานและเจ็บปวด” ต่อฐานที่มั่นของสหรัฐฯ หากรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง พร้อมย้ำจุดยืนในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยิ่งทำให้แผนของสหรัฐฯ ในการจัดตั้งพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปได้ยากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านระบุว่า การโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กเพียงใด จะนำไปสู่ “การตอบโต้ที่ยาวนานและรุนแรง” ต่อเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ขณะที่ มาจิด มูซาวี ผู้บัญชาการกองกำลังอวกาศ กล่าวผ่านสื่ออิหร่านว่า “เราได้เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และเราจะได้เห็นสิ่งเดียวกันเกิดขึ้นกับเรือรบของสหรัฐฯ”
โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ระบุในสารถึงประชาชนว่า เตหะรานจะขจัด “การแทรกแซงของศัตรูในช่องแคบแห่งนี้” ภายใต้การบริหารจัดการรูปแบบใหม่ ซึ่งสะท้อนว่าอิหร่านตั้งใจจะควบคุมพื้นที่ดังกล่าวต่อไป
ความพยายามในการคลี่คลายความขัดแย้งยังไม่เห็นทางออก แม้จะมีการหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แต่อิหร่านยังคงปิดช่องแคบ เพื่อตอบโต้การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
