รีเซต

เฮกเซธ ถูกซักฟอกยาว 6 ชั่วโมง ปมสงครามอิหร่าน ถูกถามอะไรบ้าง ?

เฮกเซธ ถูกซักฟอกยาว 6 ชั่วโมง ปมสงครามอิหร่าน ถูกถามอะไรบ้าง ?
TNN ช่อง16
30 เมษายน 2569 ( 14:05 )
13

กว่า 6 ชั่วโมงที่ “พีท เฮกเซธ” รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบจากสมาชิกสภาคองเกรสทั้งจากฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันเกี่ยวกับการทำ “สงครามในอิหร่าน” ในฐานะที่เขาเป็นผู้ควบคุมเบอร์ 1 ที่ดูแลกิจการด้านกลาโหมทั้งหมดของประเทศ 

บรรยากาศตลอดหลายชั่วโมงระหว่างการให้การของ “เฮกเซธ” และผู้ร่วมชะตากรรมอีกคนคือ “แดน เคน” ประธานคณะเสนาธิการร่วมของกองทัพสหรัฐฯ เต็มไปด้วยความตึงเครียด เฮกเซธพยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายระยะยาวและกรอบเวลาของสงครามที่สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

TNN World ขอรวมคำถามเด็ด ๆ แล้วมาดูกันว่า เฮกเซธ ตอบอย่างไร?


-ยกที่ 1 : เดโมแครต รุมถาม ทำสงครามทำไม ?

ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดด้านงบประมาณทางทหารและแสดงการสนับสนุนปฏิบัติการในอิหร่าน ฝ่ายเดโมแครตได้ถามคำถามยาก ๆ ต่อเฮกเซธ

ช่วงหนึ่งของการให้การที่ดุเดือดที่สุดคือ เฮกเซธ กล่าวกับ อดัม สมิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตว่า โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายจนสิ้นซากจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในปี 2025 ทำให้ สมิธ ตั้งคำถามกลับในทันทีถึงเหตุผลของรัฐบาลทรัมป์ในการเริ่มสงครามกับอิหร่านครั้งนี้ ซึ่งนับไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากการโจมตีเมื่อ 2025

เฮกเซธ ตอบว่า…

“เราจำเป็นต้องเริ่มสงครามนี้ คุณ (อดัม สมิธ) เพิ่งพูดเองเมื่อ 60 วันที่แล้วว่า อาวุธนิวเคลียร์เป็นภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น ตอนนี้คุณกำลังบอกว่ามันถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้วงั้นหรือ?”

เฮกเซธยังตอบด้วยว่า “อิหร่านยังไม่ได้ละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์และยังคงมีขีปนาวุธอยู่อีกหลายพันลูก” 

ขณะที่ จอห์น การาเมนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐแคลิฟอร์เนีย วิจารณ์เฮกเซธว่า “รัฐมนตรีกลาโหม กำลังโกหกชาวอเมริกันเกี่ยวกับสงครามนี้มาตั้งแต่วันแรกและประธานาธิบดีก็ทำเช่นกัน”

เฮกเซธก็โต้กลับทันทีว่า…

“คุณกำลังเชียร์ฝ่ายไหนอยู่ ? ” พร้อมกล่าวว่า “ความเกลียดชังของคุณต่อประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้คุณมองไม่เห็นความสำเร็จของสงครามในครั้งนี้ ”


-ยกที่ 2 : งบทำสงครามสูงลิ่ว

ระหว่างการให้การของเฮกเซธ ทางฝั่ง จูลส์ เฮิร์สต์ รักษาการผู้ควบคุมงบประมาณของเพนตากอน ได้เปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายของสงครามนี้อย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ “เป็นครั้งแรก” ว่าอยู่ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท โดยงบดังกล่าวได้เพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วย 

เฮิร์สต์ ให้เหตุผลว่า งบประมาณ “ส่วนใหญ่” ของค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งกำลังและทรัพยากรเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง ตลอดจนความสูญเสียของอุปกรณ์ในการสู้รบ แต่ในช่วงการซักถาม เฮกเซธไม่ได้ระบุว่าตัวเลขนี้รวมถึงความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค หรือค่าใช้จ่ายในการเติมคลังอาวุธของสหรัฐฯ ที่ถูกใช้ไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯ รายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากสภาคองเกรสอีก 200,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการทำสงคราม แม้ว่ายังไม่มีการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ

และก็มีเสียงค้านจากฝั่งเดโมแครต ซาลูด คาร์บาฮาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ได้ซักถามเฮกเซธว่า “มันคุ้มค่าแค่ไหนในการทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ?” เมื่อประเด็นเรื่องงบประมาณในการทำสงครามกลายเป็นประเด็นในหมู่ผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน ซึ่งเฮกเซธได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อประเด็นนี้ 

-ยกที่ 3 : อย่าเรียกมันว่า “หล่มสงคราม”

ในการโต้เถียงที่ดุเดือดที่สุดช่วงหนึ่ง เฮกเซธแสดงความไม่พอใจเมื่อ จอห์น การาเมนดี สมาชิกพรรคเดโมแครต เรียกสงครามนี้ว่าเป็น “หล่มสงคราม” และ “หายนะทางการเมืองและเศรษฐกิจในทุกระดับ”

เฮกเซธ กล่าวหาว่าสมาชิกสภาคนดังกล่าวกำลัง “ส่งต่อโฆษณาชวนเชื่อให้ศัตรูของเรา”

เฮกเซธ ตอบโต้กลับด้วยว่า “ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่ศัตรูที่ใหญ่ที่สุดที่เรากำลังเผชิญในตอนนี้ คือคำพูดที่หุนหันพลันแล่น ไร้ความรับผิดชอบ และยอมแพ้ของสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต และรีพับลิกันบางคน” 

ก่อนที่ “เซท โมลตัน” สมาชิกอีกคนจากเดโมแครต จะหยิบยกคำพูดของเฮกเซธขึ้นมาตั้งคำถามว่า “คุณคิดว่าสภาคองเกรสฉลาด หรือ ไร้ความรับผิดชอบ ตอนที่ล้มเหลวในการตั้งคำถามยาก ๆ ต่อรัฐบาลขอวจอร์จ ดับเบิลยู บุช และให้ไฟเขียวเต็มที่สำหรับสงครามอิรัก? ”

เฮกเซธ ในฐานะที่เคยรับราชการในกองกำลังพิทักษ์แห่งมาตุภูมิของกองทัพบกในอิรัก และเคยวิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าว ตอบว่า  “มันเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ถูกต้อง” ซึ่งเฮกเซธยังยืนยันด้วยว่ารัฐบาลของทรัมป์ได้ “พิจารณาทุกแง่มุมแล้ว” เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ และนำมาเป็นอำนาจต่อรองหลักในสงครามครั้งนี้


-ยกที่ 4 : เฮกเซธ ปลดนายทหารระดับสูงทำไม ?

คริสซี ฮูลฮาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตจากรัฐเพนซิลเวเนีย ซักถามเฮกเซธเกี่ยวกับการตัดสินใจปลด แรนดี จอร์จ นายพลระดับสูงสุดของกองทัพบก ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายคนที่ถูกปลดนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง โดยฮูลฮาน ระบุว่า จอร์จ ได้รับความเคารพอย่างสูงจากทั้งทหารและสภาคองเกรส รวมถึงได้ถามถึงเหตุผลที่ต้องปลด 

แต่คำตอบของเฮกเซธ คือ  “จำเป็นต้องมีผู้นำชุดใหม่” ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่เป็นที่พอใจของฮูลฮาน เธอยังได้ถามย้ำเฮกเซธว่า “คุณไม่มีคำอธิบายเลยว่าทำไมถึงปลดบุคคลที่โดดเด่นและมีเกียรติที่สุดคนหนึ่งออกไป” 

นอกจาก แรนดี จอร์จ ในช่วงที่ผ่านมาเพนตากอนยังได้ปลด “จอห์น ฟีแลน” รัฐมนตรีว่าการทบวงการทหารเรือ รวมไปถึง “ลิซ่า ฟรานเชตติ” ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพเรือ, “จิม สไลฟ์” รองผู้นำกองทัพอากาศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ ขณะที่ทรัมป์ได้ปลดชาร์ลส์ คิว บราวน์ จูเนียร์ ออกจากตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการร่วม จึงทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นจุดสนใจ และเป็นเหตุให้ฝั่งเดโมแครตพยายามซักถามเฮกเซธ ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว 

ขณะที่ ดอน บีคอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐเนแบรสกา กล่าวว่า แม้เฮกเซธจะมีอำนาจในการปรับเปลี่ยนบุคลากร แต่เขาก็มี “ความกังวลร่วมกันจากทั้งสองพรรค” ต่อการปลดเจ้าหน้าที่เหล่านี้


-ยกที่ 5 : จะไม่ปรานี “ศัตรู” ?

เป็นอีกครั้งที่ “เซท โมลตัน” สมาชิกอีกคนจากเดโมแครต ถามเฮกเซธเกี่ยวกับคำกล่าวก่อนหน้านี้ของเขาที่ว่า กองทัพสหรัฐฯ จะ “ไม่ให้ความปรานี ไม่มีการละเว้นแก่ศัตรู” คำพูดนี้ ในทางประวัติศาสตร์หมายถึงการสังหารศัตรูแม้จะยอมจำนนแล้ว ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศและมนุษยธรรม

เมื่อเฮกเซธถูกถามว่ายังยืนยันคำพูดนั้นหรือไม่ เขาตอบว่า…

“กระทรวงสงครามมีหน้าที่สู้เพื่อชัยชนะ และเราต้องทำให้ทหารของเรามีกฎการปะทะที่จำเป็น เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้”


ขณะที่มีสมาชอกสภาคองเกรสถามเฮกเซธกรณีการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อโรงเรียนในเมืองมีนาบ ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 120 คน ว่า “การโจมตีโรงเรียนในอิหร่านที่เด็กถูกสังหารนั้น มีค่าใช้จ่ายต่อผู้เสียภาษีอเมริกันเท่าไร จากขีปนาวุธที่ใช้?” 

เฮกเซธ ตอบว่า “เหตุการณ์ที่น่าเศร้าครั้งนั้นยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ผมจะไม่ผูกค่าใช้จ่ายทำสงครามเข้ากับเรื่องนั้น”

และก็ไม่พ้นกับถ้อยคำรุนแรงของทรัมป์ที่เคยกล่าวว่า เขาจะ “ทำลายอารยธรรมทั้งหมด” สมาชิกสภาคองเกรสมองว่า นี่คือคำพูดที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

เฮกเซธ ตอบว่า  

“ประธานาธิบดีทรัมป์ คือผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เฉียบแหลมและมีวิสัยทัศน์ที่สุดในรอบหลายชั่วอายุคน”


- รีพับลิกันหนุนเฮกเซธ แม้แต่คนที่เคยวิจารณ์ก็เปลี่ยนท่าที 

แม้ฝ่ายเดโมแครตจะตั้งคำถามอย่างเข้มข้น แต่ฝ่ายรีพับลิกันโดยรวมยังคงสนับสนุนเฮกเซธและสงครามครั้งนี้

โดยประเด็นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากใกล้ครบ 60 วันที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องแจ้งต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน ตามกฎหมายปี 1973 ประธานาธิบดีต้องเริ่มถอนทหารหรือขออนุมัติจากสภาเพื่อดำเนินสงครามต่อ

อย่างไรก็ตาม พรรครีพับลิกันที่ควบคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงการลงมติรับรองสงครามอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจทำให้สถานะทางกฎหมายของสงครามยังไม่ชัดเจน

ด้าน แนนซี่ เมซ สมาชิกรีพับลิกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของสงคราม กลับท่าทีของเธอพร้อมทั้งกล่าวชื่นชมเฮกเซธว่า “เขาทำได้ดีกว่าที่ฉันคาดไว้ทั้งหมด”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง