สหรัฐฯ อ้างยึดคริปโตอิหร่าน เกือบ 16,000 ล้านบาท

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านการสัมภาษณ์กับ Fox News ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถยึดสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลของอิหร่านได้ “เกือบ 500 ล้านดอลลาร์” หรือเกือบ 16,000 ล้านบาท และระบุว่าปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “Operation Economic Fury” ได้ส่งผลให้รัฐบาลอิหร่านเข้าสู่ภาวะวิกฤต
เบสเซนต์เผยเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ สามารถยึดสินทรัพย์คริปโตได้ราว 350 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 11,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับอีกประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 3,200 ล้านบาท ที่เพิ่งยึดมาได้ไม่นานนี้ ก็เกือบแตะระดับ 500 ล้านดอลลาร์แล้ว นอกจากนี้ สหรัฐฯ กำลังดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารในหลายพื้นที่ทั่วโลก
เขายังกล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เริ่มการกดดันทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 และเมื่อประมาณสามสัปดาห์ก่อน ก็ได้กำชับให้เพิ่มแรงกดดันมากขึ้นอีก
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังกดดันรัฐบาลและบริษัทต่างชาติให้ตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน โดยเบสเซนต์ระบุว่าได้แจ้งต่อประเทศผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านว่า สหรัฐฯ พร้อมใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นรอง (secondary sanctions) ต่ออุตสาหกรรมและธนาคารของพวกเขา หากยังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่าน
เบสเซนต์ยังเสริมว่า การกดดันทางเศรษฐกิจนี้ รวมถึงการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่าน จะสร้างความเสียหายระยะยาวต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน ซึ่งตอนนี้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และค่าเงินของประเทศก็อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน กำลังมีปริมาณน้ำมันคงคลังใกล้เต็มความจุ ส่งผลให้รัฐบาลอิหร่านอาจจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ซึ่งจะทำให้สูญเสียรายได้เพิ่มเติมราว 170 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือมากกว่า 5,500 ล้านบาทต่อวัน และอาจก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของประเทศ
ส่วนฝั่งอิหร่านได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการของสหรัฐฯ โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นเท่านั้น ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ยังได้ตอบโต้เบสเซนต์ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยเรียกคำแนะนำที่เขามอบให้ทรัมป์ว่า “ไร้สาระ”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
