รีเซต

Exclusive: เปิดมุมมอง "ทูตนิกรเดช พลางกูร" ไทยเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ของฝรั่งเศส

Exclusive: เปิดมุมมอง "ทูตนิกรเดช พลางกูร" ไทยเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ของฝรั่งเศส
TNN ช่อง16
22 พฤษภาคม 2569 ( 14:25 )
7

นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว TNN ในห้วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีหลายคนกำลังเดินทางเยือนฝรั่งเศสครั้งสำคัญ เพื่อประกาศจุดยืนและสร้างความร่วมมือในฐานะพันธมิตรที่ไว้ใจได้ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก

ในสภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับ Poly-crisis หรือการแบ่งขั้วอำนาจอย่างหนัก เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส มองว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการยกระดับความสัมพันธ์ โดยระบุว่า "ดาวต่าง ๆ โคจรมาในจังหวะที่ถูกต้อง ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันได้ในฐานะพันธมิตร ซึ่งก็รวมถึงการมาของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านในครั้งนี้ด้วย"

ทั้งไทยและฝรั่งเศสต่างมีจุดยืนร่วมกันคือการเป็น Middle Power หรือมหาอำนาจระดับกลาง ที่ไม่ต้องการเลือกข้างระหว่างมหาอำนาจอย่างจีนหรือสหรัฐฯ โดยนายนิกรเดช ขยายความว่า "ทั้งไทยทั้งฝรั่งเศสไม่ต้องการเลือกข้าง เราเป็นมิตรมากๆ กับจีน แล้วก็เป็นมิตรมากๆ กับสหรัฐฯ ฝรั่งเศสเช่นกัน เขาต้องการลดการพึ่งพากับสหรัฐฯ หรือการพึ่งพามาก ๆ กับจีน"

การเยือนฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้ ไทยเสนอตัวเป็นพันธมิตรที่ฝรั่งเศสสามารถเปิดใจและไว้วางใจได้ โดยมีพื้นฐานความสัมพันธ์างประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 340 ปี และครบรอบ 170 ปีทางการทูตในปีนี้ 

นายนิกรเดช เน้นย้ำถึงความจริงใจของไทยว่า "เราเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ ที่พึ่งพาได้ ฝรั่งเศสเห็นถึงความจริงใจ พูดง่าย ๆ เราไม่เคยหักหลังใคร ดังนั้นแล้ว เราก็เป็นมหามิตร" ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงพร้อมสวมบทบาทสำคัญในการเป็น "สะพานเชื่อมยุทธศาสตร์ที่ไว้ใจได้" เพื่อเชื่อมโยงฝรั่งเศสเข้าสู่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ยังขยายความถึงการทูตเชิงรุกของไทย ที่ไม่ใช่เพียงแค่การขายของ แต่คือการสร้างความเป็นหุ้นส่วน เช่น "Thai-French Technology and AI Alliance" เพื่อเป็นทางเลือกในยุคที่โลกมีความไม่ไว้วางใจในเทคโนโลยีจากขั้วอำนาจใหญ่ โดยฝรั่งเศสมีความโดดเด่นอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีอวกาศ

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างถึงข้อเสนอที่เข้าใจง่ายแต่ทรงพลังอย่าง Gastro-diplomacy ซึ่งนายนิกรเดช วิเคราะห์ว่า "ถ้าเราผูกเรื่องนี้กับการที่ประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร ถ้าฝรั่งเศสและไทยจับมือกันเมื่อไหร่ เราไม่ต้องพึ่งพาใครแล้ว ใช้ความไว้ใจเป็นคีย์เวิร์ดเท่านั้นเอง"

ประเด็นสำคัญของการเยือนครั้งนี้คือการที่ไทยต้องการเข้าไปมีบทบาทในองค์กรระหว่างประเทศอย่าง OECD, IEA และ UNESCO นายนิกรเดช ชี้ให้เห็นว่าไทยต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้เดินตามมาตรฐานของผู้อื่น:

"หมดยุคแล้วครับที่ไทยจะนั่งฟังคนเขาดีเบตกัน... เราควรจะเข้าไปอยู่บนโต๊ะเจรจา มีคำพูดคำหนึ่งที่บอกว่า If you're not at the table, you're on the menu (ถ้าคุณไม่เป็นคนกำหนด คุณก็เป็นคนถูกรับประทาน)"

การที่นายกรัฐมนตรีลงมาขับเคลื่อนเรื่อง OECD ด้วยตนเอง เป็นการส่งสัญญาณว่าไทยมีความจริงจังที่จะยกระดับมาตรฐานประเทศในทุกมิติ, เพื่อให้ "เราพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นคนหนึ่ง เราจะไม่เป็นผู้ถูกกำหนดบทบาทอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต"

ดังนั้น การเดินทางเยือนของคณะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ในมุมมองของนายนิกรเดช คือการยืนยันว่าไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับฝรั่งเศส เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก โดยใช้ความไว้ใจและศักยภาพที่เกื้อกูลกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง