โจรสลัดโซมาเลียออกอาละวาดอีก หลังเกิดสงครามอิหร่าน

ภัยคุกคามจาก "โจรสลัดโซมาเลีย" ได้กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร หรือ UKMTO ที่แบ่งปันข้อมูลด้านความปลอดภัยของเส้นทางการเดินเรือตามน่านน้ำต่าง ๆ ได้ยกระดับภัยคุกคามรอบ ๆ ชายฝั่งโซมาเลีย สู่ระดับ “รุนแรง” ในสัปดาห์นี้ พร้อมเตือนเรือที่จะเข้ามาเทียบท่าให้ระวัง
สำนักข่าว Aljazeera รายงานว่า มีเรือสินค้า 3-4 ลำ ที่เชื่อว่าถูกบุกเข้ายึดใกล้กับชายฝั่งของโซมาเลีย ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา
กองกำลังทางเรือของสหภาพยุโรป (EUNAVFOR) ระบุว่า ได้รับการแจ้งเตือน จากกองกำลังตำรวจน้ำพันต์แลนด์ (PMPF) เกี่ยวกับการปล้นเรือประมง Alkhary 2 เมื่อวันที่ 20 เมษายน
สื่อรายงานว่า เรือประมงลำดับกล่าวติดธงโซมาลี และถูกนำตัวไปบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของโซมาเลีย ก่อนที่จะถูกปล่อยในเวลาต่อมา
ในวันถัดมา EUNAVFOR รายงานว่า มีเรืออีกลำที่ชื่อ Honour 25 ถูกยึดในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยสื่อรายงานว่า มีโจรสลัด 6 คน พุ่งเป้าเรือน้ำมันที่มีน้ำมันปริมาตร 18,000 บาร์เรล
รายงานพบว่า เรือลำดังกล่าว ตอนแรกมุ่งหน้าไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แต่ต้องวกกลับมายัง Mogadishu เมื่อวันที่ 2 เมษายน หลังจากที่ไม่สามารถล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยบนเรือลำนี้มีลูกเรือ 17 คน รวมถึงชาวปากีสถาน, อินโดนีเซีย, อินเดีย, ศรีลังกา และเมียนมา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์โจรสลัดโซมาเลียปล้นเรือพาณิชย์นอกชายฝั่ง น้อยลงไปมาก เนื่องจากมีการรวมตัวกันของกองกำลังนานาชาติ จากกว่า 40 ประเทศ จัดตั้งปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่ ประกอบด้วย
• ปฏิบัติการ Ocean Shield ของ NATO
• ปฏิบัติการ Atalanta ของสหภาพยุโรป
• กองกำลังเฉพาะกิจทางทะเลผสม (Combined Maritime Task Force)
• และความร่วมมือจากทางการโซมาเลีย
เพื่อร่วมกันป้องกันเรือพาณิชย์ต่าง ๆ ในน่านน้ำนอกชายฝั่งโซมาเลีย
ทั้งนี้ ระหว่างปี 2005-2011 เป็นช่วงพีคของเหตุปล้นเรือเพื่อเรียกค่าไถ่ จากโจรสลัดโซมาเลีย ข้อมูลจากธนาคารโลก พบว่าแต่ละปีจะมีผลกระทบจากเหล่าโจรสลัดนอกชายฝั่งโซมาเลียส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกร่วม 18,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.8 แสนล้านบาท (ตัวเลขของความสูญเสียที่เคยสูงที่สุด)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
