รีเซต

APครึ่งปีกวาด2หมื่นล. ลุย17โครงการอัพยอด

APครึ่งปีกวาด2หมื่นล. ลุย17โครงการอัพยอด
ทันหุ้น
26 กรกฎาคม 2565 ( 05:32 )
59
APครึ่งปีกวาด2หมื่นล. ลุย17โครงการอัพยอด

#AP #ทันหุ้น – AP โชว์ยอดขายแนวราบครึ่งปีแรก ทะลุ 2 หมื่นล้านบาท โต 25% จากปีก่อน ลุยเปิด 17 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท โกยยอดขายครึ่งปีหลัง มองดีมานด์แนวราบยังมีต่อเนื่อง เบนเข็มรุกบ้านเดี่ยวระดับราคาต่ำลงมาที่ 3-5 ล้านบาท เจาะฐานลูกค้ากลุ่มใหม่

 

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า สำหรับยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของกลุ่มบ้านเดี่ยวอยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็น 54% ของเป้ายอดขายแนวราบทั้งปีที่วางไว้ 3.8 หมื่นล้านบาท และมั่นใจว่าจะเห็นการเติบโตขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากการเปิดโครงการใหม่มากขึ้น

 

โดยมีแผนเปิดโครงการบ้านเดี่ยวใหม่อีก 17 โครงการ มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ครึ่งปีแรกเปิดโครงการบ้านเดี่ยวไปแล้ว 6 โครงการ มูลค่า 8.62 พันล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเริ่มหันมารุกพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับราคาต่ำลงมาที่ 3-5 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ใหม่ MODEN ใน 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ บางนา-ศรีนครินทร์ พระราม 2 และบางนา-เทพารักษ์ ที่จะเข้ามาเสริมในการขยายฐานลูกค้าบ้านเดี่ยวกลุ่มใหม่

 

“ช่วงไตรมาส 3 นี้เราจะมีการเปิดตัวบ้านเดี่ยว จำนวน 6 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 8,770 ล้านบาท เป็นแบรนด์ “THE CITY” และแบรนด์ “CENTRO” พร้อมจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย ส่วนในไตรมาสสุดท้ายนั้นจะเพิ่มมากสูงขึ้นเป็น 11 โครงการ คิดเป็นมูลค่าราว 15,230 ล้านบาท เพื่อผลักดันภาพรวมธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง” นายรัชต์ชยุตม์ กล่าว

 

*ดีมานด์แนวราบพุ่ง

 

ทั้งนี้มองความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง และเทรนด์ของกลุ่มลูกค้าทาวน์เฮาส์ต้องการขยับขยายบ้านที่มีพื้นที่ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมองหาซื้อบ้านเดี่ยวมากขึ้น ทำให้บริษัทเล็งเห็นถึงช่องว่างของตลาดบ้านเดี่ยวระดับ 3-5 ล้านบาท ที่ยังคงมีโอกาสขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเสริม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในด้านยอดขายและยอดโอนให้กับบริษัท รวมทั้งรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับเพิ่มขึ้นมา มองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ราคาขายบ้านเดี่ยวไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แม้เป็นโจทย์ที่มีความท้าทายสำหรับการพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับราคา 3-5 ล้านบาท ที่บริษัทต้องการขยายตลาด เพราะช่วงราคาระดับนี้จะต้องคิดและพิจารณาบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อพัฒนาบ้านที่ดีและมีคุณภาพส่งมอบให้กับลูกค้าในต้นทุนจำกัด แตกต่างจากบ้านหรูที่สามารถลงทุนพัฒนาได้อย่างเต็มที่

 

*แบ็กล็อก 4.13 หมื่นล.

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอโอน (Backlog) รวมโครงการร่วมทุนแล้ว มูลค่ากว่า 4.13 หมื่นล้านบาท โดยมาจากจากโครงการแนวราบ 2.22 หมื่นล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียม (รวมโครงการร่วมทุน) ซึ่งส่วนใหญ่จะรับรู้ภายในปีนี้ และบางส่วนต่อเนื่องในปีถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง