รีเซต

"ฝีดาษลิง" ทนความร้อนนานแค่ไหน อุณหภูมิเท่าไรทำลายเชื้อได้?

"ฝีดาษลิง" ทนความร้อนนานแค่ไหน อุณหภูมิเท่าไรทำลายเชื้อได้?
TNN ช่อง16
17 สิงหาคม 2565 ( 13:35 )
61
"ฝีดาษลิง" ทนความร้อนนานแค่ไหน อุณหภูมิเท่าไรทำลายเชื้อได้?

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เกี่ยวกับ ไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า "ไวรัสฝีดาษลิง ทนความร้อนได้นานแค่ไหน?

ไวรัสฝีดาษลิงเป็นไวรัสในกลุ่ม poxvirus ที่เชื่อว่าทนต่อสภาวะแวดล้อมได้ดีกว่าไวรัสกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะไวรัสที่มีสารพันธุกรรมเป็น RNA อย่างไวรัสโรคโควิด-19 ข้อมูลในปัจจุบันมาจากการทดสอบในอดีตที่ใช้ไวรัส poxvirus ตัวอื่นแต่ไม่ใช่ไวรัสฝีดาษลิงโดยตรง ทำให้ข้อมูลอาจจะมีคำถามว่า ตกลงไวรัสฝีดาษลิงสายพันธุ์ปัจจุบันมีอะไรเปลี่ยนไปจากอดีตหรือไม่อย่างไร 


ทีมวิจัยในฝรั่งเศสได้ทำการทดสอบไวรัสฝีดาษลิงที่แยกได้จากตัวอย่างของผู้ป่วยซึ่งเป็น Clade B นำมาเปรียบเทียบกับไวรัสฝีดาษลิง Clade A ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงกว่า แต่ยังไม่มีการระบาดนอกทวีปแอฟริกา โดยทีมวิจัยตั้งคำถามว่า ไวรัสฝีดาษลิง 2 สายพันธุ์นี้ เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีอุณหภูมิสูงที่ต่างกัน ในเวลาที่ต่างกัน ไวรัสจะสามารถคงสภาพการติดเชื้อต่อไปได้หรือไม่ และ 

เนื่องจากสารพันธุกรรมของไวรัสเป็น DNA ซึ่งมีความคงทนต่ออุณหภูมิมากกว่า RNA สภาวะดังกล่าวจะมีผลต่อการคงสภาพของ DNA หรือไม่อย่างไร


ทีมวิจัยพบว่าไวรัสทั้ง 2 clades จะเสียสภาพการติดเชื้อต่อเมื่ออยู่ในอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที การศึกษานี้แสดงว่า ที่อุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที ยังไม่สามารถทำลายไวรัสได้ทั้งหมด ซึ่งแสดงว่าทั้งความร้อนที่ต้องถึง 60 องศาเซลเซียส และ เวลาที่สัมผัสเชื้อที่อย่างน้อย 15 นาที จึงมีความจำเป็น สำหรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นเช่น 70 องศาเซลเซียส ระยะเวลาสัมผัสเชื้อสามาถลดลงได้เหลือ 5 นาที 


ข้อมูลที่น่าสนใจคือ อุณภูมิของน้ำเดือด คือ ประมาณ 95 องศาเซลเซียส จำเป็นต้องใช้เวลานานถึง 3 นาที ในการทำลายไวรัส การจุ่มน้ำเดือดระยะเวลาสั้นๆแค่ 30 วินาที ไม่สามารถทำอะไรไวรัสได้เลย


ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากในกรณีที่สงสัยว่าผ้า หรือ อุปกรณ์ใดๆเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อมา การทำลายด้วยการต้ม หรือ อบ ในระยะเวลาที่เหมาะสมน่าจะทำได้ง่ายและเสี่ยงน้อยกว่าสารเคมี


ทีมวิจัยยังแสดงผลว่า ถึงแม้ว่าอุณหภูมิสูงๆจะทำลายความสามารถของไวรัสในการไปต่อ แพร่เชื้อไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเรานำตัวอย่างไปตรวจ PCR จะพบว่าผลจะเป็นบวกที่ชัดมาก นั่นเป็นเพราะว่าความร้อนที่ทดสอบไปนั้นไม่สามารถทำลาย DNA ของไวรัสได้ เป็นตัวอย่างของการเก็บซากเชื้อไปตรวจอย่างชัดเจน ดังนั้นการทดสอบไวรัสในห้องปฏิบัติการจะไม่สามารถใช้การวัดแค่ PCR อย่างเดียวได้ จำเป็นต้องมีข้อมูลการเพาะเชื้อสนับสนุนด้วยครับ

https://www.biorxiv.org/content/10.1101/2022.08.10.502482v1"





ที่มา Anan Jongkaewwattana 

ภาพจาก AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง