กรมควบคุมโรคย้ำเฝ้าระวัง! “ไวรัสอีโบลา” ต่อเนื่อง แนะประชาชนป้องกันตนเองลดเสี่ยงติดเชื้อ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการนำเข้าโรคจากต่างประเทศ และขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคติดต่ออันตราย
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Orthoebolavirus สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะของผู้ติดเชื้อ รวมถึงพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ตลอดจนการสัมผัสสัตว์ป่าที่มีเชื้อ เช่น ค้างคาว ลิง หรือสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ
ทั้งนี้โรคไม่ติดต่อผ่านทางอากาศ ผู้ป่วยมักมีอาการเริ่มต้น ได้แก่ ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการท้องเสีย อาเจียน ผื่น ไตและตับไม่ทำงาน บางรายมีเลือดออกร้ายแรง โดยโรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 2 – 21 วัน และถือเป็นโรคที่มีอัตราป่วยตายสูง
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา แต่ยังคงยกระดับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการติดตามผู้เดินทางจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐยูกันดา หรือพื้นที่เสี่ยงภายใน 21 วัน อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการคัดกรองผู้ป่วยสงสัยในสถานพยาบาลทุกระดับ และการสอบสวนโรคอย่างรวดเร็วเมื่อพบความผิดปกติ
พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของระบบบริการสาธารณสุขอย่างรอบด้าน ทั้งห้องแยกผู้ป่วย อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และระบบห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจยืนยันเชื้อ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอโดยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิตด้วยโรค ติดเชื้อไวรัสอีโบลา รับประทานอาหารปรุงสุก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าหรือซากสัตว์โดยตรง
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค
โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปยังประเทศพื้นที่เสี่ยง คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา หากเดินทางกลับมาแล้วภายใน 21 วัน มีอาการไข้หรืออาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่เข้มแข็ง สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
