รีเซต

AWS เตรียมเปิด Region Server ในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนอื่น ๆ ในปี 2024 !

AWS เตรียมเปิด Region Server ในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนอื่น ๆ ในปี 2024 !
แบไต๋
1 กุมภาพันธ์ 2567 ( 12:40 )
40
AWS เตรียมเปิด Region Server ในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนอื่น ๆ ในปี 2024 !

Amazon Web Services (AWS) เตรียมเปิด AWS Asia Pacific (Bangkok) Region หรือเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริการ Cloud และ เซิร์ฟเวอร์สาธารณะในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ! พร้อมประกาศทิศทางของ AWS Thailand ในปี 2567 ด้วย

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS Thailand กล่าวว่า ตลาดคลาวด์สาธารณะในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2570 ด้วย CAGR 5 ปีอยู่ที่ 18.6% ตามข้อมูล Semiannual Public Cloud Services Tracker เมื่อช่วงครึ่งแรกของปี 2566 จาก IDC ทำให้ตอนนี้ ทาง AWS ได้เพิ่มการลงทุนใน ASEAN และมีแผนที่จะเปิดราย AWS Regions อีก 4 แห่ง ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย โดย AWS มีแผนที่จะลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท) ในประเทศไทยภายในระยะยเวลา 15 ปี ด้วยการเปิด AWS Asia Pacific (Bangkok) Region เป็นโซนในประเทศไทยโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ในประเทศไทย ทาง AWS มีแผนสำหรับปี 2567 ประกอบไปด้วย

  • 8 อุตสาหกรรมที่ AWS มุ่งเน้นในปีนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมบริการการเงิน (FSI), การค้าปลีก, ยานยนต์, ดิจิทัล, พลังงาน, การผลิต, ด้านสุขภาพ และ TMEG (โทรคมนาคม, สื่อ, ความบันเทิง, เกม) เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการที่มีความเฉพาะเจาะจงของภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยให้คำแนะนำการใช้บริการคลาวด์ที่ช่วยกระตุ้นนวัตกรรมและสร้างประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • เตรียมเปิดตัว AWS Bangkok Region โดย AWS เตรียมการขยายพาร์ตเนอร์เพิ่มเติม รวมไปถึงการจัดงาน AWS Summit ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเดือนพฤษภาคม 2567
  • การพัฒนาทักษะด้านคลาวด์ ด้วยโครงการต่าง ๆ ที่จะเพิ่มทักษะด้านคลาวด์ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญและนักเรียนโดยเท่าเทียมกัน เตรียมความพร้อมให้แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์มากขึ้น

ทั้งนี้ ดร. เวอร์เนอร์ โวเกลส์ (Dr. Werner Vogels) Chief Technology Officer ของ Amazon ได้คาดการณ์เทรนด์เทคโนโลยีของปี 2567 ไว้ดังนี้

  1. การเทรน Generative AI ตอนนี้กำลังมี Bias ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำให้ GenAI ตอนนี้ กำลังเข้าสู่ยุคที่ผนวกวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภาษาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งความหลากหลายของวัฒนธรรม จะทำให้ AI สามารถ Generate ผลลัพธ์ที่ถูกต้องในเชิงวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ Generative AI เป็นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากคนทั่วโลก (เหมือนกับ Botnoi Voice ที่ใช้ Generative AI สร้างเสียงภาษาไทย เป็นต้น)
  2. AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วย ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดย AIจะสร้างรหัสพื้นฐานให้เป็นนักบินผู้ช่วย พัฒนาซอฟต์แวร์ไปพร้อมกับนักพัฒนาเดิม และ AI จะอธิบายระบบที่ซับซ้อนด้วยภาษาง่าย ๆ และคอยช่วยนักพัฒนาสร้างซอฟต์แวร์ในทุกขั้นตอน
  3. FemTech – เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HealthTech) สำหรับเพศหญิงจะเริ่มได้ใช้งานจริง และให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น จากการวิจัย วิเคราะห์ผลสมัยก่อน ไม่สามารถใช้การวิเคราะห์แบบไม่มีเพศมากำกับได้แล้ว ต้องวิจัยแยกกัน เพราะผลลัพธ์ต่างกัน ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงอย่างเดียว แต่ยังช่วยยกระดับระบบการดูแลสุขภาพทั้งหมดอีกด้วย
  4. การเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีต้องก้าวหน้ามากกว่าเดิม เพราะการเรียนการสอนเทคโนโลยีแบบเดิม ไม่สามารถตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ทัน ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะเฉพาะมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง