รีเซต

SFT ตามเทรนด์ ESG รุกกรีนแพ็กเกจจิ้ง

SFT ตามเทรนด์ ESG รุกกรีนแพ็กเกจจิ้ง
ทันหุ้น
20 มกราคม 2569 ( 01:45 )
1

นายซุง ชง ทอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT หนึ่งในผู้นำการให้บริการ Labeling Solutions แบบครบวงจร ด้วยผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูปและบรรจุภัณฑ์อ่อนในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 5–10% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจฉลากฟิล์มหดรัดรูป (Shrink Sleeve Labels) และธุรกิจบรรจุภัณฑ์อ่อน (Flexible Packaging) ขับเคลื่อนผ่าน 3 ระบบการพิมพ์หลัก ได้แก่ กราเวียร์ ดิจิทัล และ เฟล็กโซ เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าในหลายรูปแบบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

พอร์ตแกร่ง

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในปี 2569 จะมาจากธุรกิจ Flexible Packaging ซึ่งบริษัทเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่กลางปี 2565 และรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดเห็นการเติบโตชัดเจนขึ้น และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ

ขณะเดียวกัน SFT เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม SMEs มากขึ้น ผ่านระบบการพิมพ์ “เฟล็กโซ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านต้นทุน ความยืดหยุ่น และปริมาณการผลิต อีกทั้งยังรองรับกลุ่มสินค้า Premium Product ด้วยเทคนิคการพิมพ์ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้บรรจุภัณฑ์ สร้างความแตกต่างในตลาด และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทเน้นเพิ่มสัดส่วน Flexible Packaging ต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งจากทั้ง 3 ระบบการพิมพ์ ได้แก่ กราเวียร์สำหรับงานปริมาณมาก (Mass Volume) ดิจิทัลสำหรับงานที่ต้องการเปลี่ยนแบบบ่อย และเฟล็กโซสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่น เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ความงาม สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าไลฟ์สไตล์

ด้านแนวโน้มตลาด บริษัทมองว่าดีมานด์บรรจุภัณฑ์แบบซองในกลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าใช้ในบ้านยังเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับตัวเลขช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 ที่ขยายตัวชัดเจน โดยปี 2569 บริษัทจะโฟกัสลูกค้าแบรนด์ขนาดใหญ่ระดับมหาชนและ Multinational Brands ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้า SMEs ที่มีศักยภาพ พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ร่วมกับลูกค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

ขณะที่เทรนด์ Green Packaging และ Mono Material Pouch จะมีบทบาทต่อรายได้มากขึ้นในปี 2569 ตามทิศทาง ESG และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ SFT ขยายฐานลูกค้าคุณภาพสูง และสนับสนุนอัตรากำไรในระยะยาว

บุ๊กรายได้เพิ่ม

ด้านการลงทุน บริษัทได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์ระบบเฟล็กโซในปี 2568 และจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 ครอบคลุมทั้งฉลากฟิล์มหดและ Flexible Packaging พร้อมกันนี้ยังมีแผนลงทุนเครื่องจักรสำหรับการผลิตซองเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและยกระดับขีดความสามารถการผลิตภายในองค์กร (In-house Capability) รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น

นายซุง ชง ทอย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้สภาวะต้นทุนและการแข่งขันที่สูง บริษัทจะไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่จะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการทำงานร่วมกับลูกค้าในลักษณะพันธมิตร ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (NPD) การเลือกวัสดุ ไปจนถึงกระบวนการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง