MTS Gold ชี้ทองแกว่งตัวแคบรับข่าวสงคราม แนะนักลงทุนลดพอร์ตลดความเสี่ยงรับวันหยุดยาว

ราคาทองคำในช่วงนี้มีลักษณะการแกว่งตัวในกรอบที่จำกัดหรือไซด์เวย์เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
จับตาสงครามตะวันออกกลาง ปัจจัยหลักชี้ชะตาทองคำ
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยว่า ทองคำได้รับข่าวเรื่องสงครามไปค่อนข้างมากแล้ว จุดวิกฤตในขณะนี้อยู่ที่การรบในอีก 2 วันข้างหน้าว่าจะมีการปะทะกันต่อหรือจะถอย สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะหยุดรอดูสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เข้าใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนักลงทุนต้องการไปท่องเที่ยวอย่างสบายใจ
ประเมินทิศทางราคาและกลยุทธ์การลงทุน
หากเกิดสงครามขึ้น ราคาทองคำน่าจะร่วงลงมาก่อน แต่เชื่อว่าการร่วงลงครั้งนี้จะไม่ลึกมากนัก เนื่องจากทองคำได้ปรับฐานรับข่าวสงครามไปมากแล้ว ปัจจุบันราคาทองคำกำลังปรับฐานอยู่ในกรอบล่าง โดยมีรายละเอียดราคาและกลยุทธ์ที่น่าสนใจดังนี้:
กรอบราคาสำคัญ กรอบสำคัญของทองไทยอยู่ที่บริเวณ 70,000 บาทถ้วน
แนวรับ ฐานที่น่าจะปรับตัวอยู่คือบริเวณ 4,300 เหรียญ โดยไม่น่าจะหลุดระดับนี้ ยกเว้นกรณีสงครามรุนแรงและขยายวงกว้างเป็นภูมิภาค แต่กรอบสำคัญจริงๆ คือบริเวณ 4,100 เหรียญ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แนวต้าน อยู่ที่ 4,850 ถึง 5,000 เหรียญ หากทะลุระดับ 5,000 เหรียญได้ ราคาทองคำจะกลับเข้าสู่สภาวะขาขึ้นในระยะยาว
ความผันผวน เมื่อมีข่าวเข้ามากระทบ ราคาจะเหวี่ยงแรงมากตั้งแต่ 100 ถึง 300 เหรียญต่อทรอยออนซ์ ในทางกลับกัน หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาอาจทะลุขึ้นไปจากระดับ 72,000-73,000 ได้เลย
คำแนะนำนักลงทุน ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง แนะนำให้นักลงทุนหยุดพักหรือลดพอร์ตการลงทุนลงมาก่อนเพื่อบริหารความเสี่ยง หากราคาหลุดลงมาด้านล่าง ผู้ที่มีพอร์ตการลงทุนจำนวนมากอาจต้องยอมถอยหนีก่อน สำหรับการเข้าซื้อ ควรรอที่ระดับประมาณ 4,300 เหรียญ และยังไม่แนะนำให้ซื้อในจังหวะนี้จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องสงคราม
มุมมองต่อสถานการณ์โลกและปัจจัยทางเศรษฐกิจ
นพ.กฤชรัตน์ ประเมินว่า สหรัฐอเมริกาไม่น่าจะคุ้มค่าและมีความเสี่ยงสูงหากตัดสินใจบุกเข้าทำสงครามในครั้งนี้ เนื่องจากมีความขัดแย้งภายในประเทศค่อนข้างสูง ประกอบกับอิหร่านเองก็ยังไม่ได้สยบราบคาบ และมีศักยภาพในการยิงเครื่องบินรบตกได้
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในช่วงนี้แทบไม่มีผลต่อราคาทองคำเมื่อเทียบกับความกังวลเรื่องสงคราม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม
-หากราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ และสงครามยุติลง ทองคำจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
-หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง จะส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งอาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะทำให้ราคาทองคำร่วงลงในช่วง 4-5 เดือนข้างหน้าได้
สรุป ในขณะนี้ราคาทองคำเป็นขาลงในระยะสั้น แต่หากสงครามจบลงเร็ว ราคาทองคำก็มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
