รีเซต

ตลท. เดินหน้าดึงเงินทุน เร่ง BOI to IPO -ลดเวลาการเข้า IPO

ตลท. เดินหน้าดึงเงินทุน เร่ง BOI to IPO -ลดเวลาการเข้า IPO
TNN ช่อง16
29 มิถุนายน 2569 ( 19:54 )
23

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้แม้จะไปขยยตัวสูงระดับ 7% ที่เป็นไปได้ยาก แต่ในระดับที่ 3-4% มีศักยภาพความเป็นไปได้ จากความเชื่อมั่นของนักลงทุน ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล จากการที่ S&P Global Ratings (S&P)  คงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยที่ระดับ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือในระดับ "มีเสถียรภาพ" (Stable) สอดคล้องกับ Moody's Investors Service (Moody's) ที่คงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Baa1 และคงมุมมองความน่าเชื่อถือในระดับ "มีเสถียรภาพ" (Stable) ถือว่าตลาดทุนไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน 


สะท้อนจากการออกไปโรดโชว์นักลงทุนต่างชาติเริ่มสนใจการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ทำให้ลงทุนอยากหลบสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากสงครามเข้ามาลงทุน และเปลี่ยนมุมมองเป็นเชิงบวกและมองเป็นภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ โดยมีแนวโน้มที่นักลงทุนย้ายเงินลงทุนจากตลาดพัฒนาแล้ว (Advanced Market) มาสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งไทยได้เปรียบเรื่องค่าเงินที่ค่อนข้างมั่นคงและปลอดภัยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน มีกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูด New Economy และความร่วมมือกับ BOI

โดยขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การสนับสนุน บริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ BOI และอยู่ในกลุ่ม New Economy ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือโครงการ BOI to IPO ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ซึ่งหากกฎเกณฑ์มีความชัดเจนภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า จะช่วยให้การดึงดูดเงินลงทุนมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น


ทั้งนี้ คาดว่ากฎเกณฑ์ดังกล่าวจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/69 หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. มาอย่างต่อเนื่อง และคาดใช้เวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 2 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน เป็นการปูพื้นฐานเพื่อสร้างสินค้าใหม่ๆ เพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดหุ้นไทยในอนาคต 


นอกจากนี้ กระบวนการเข้ามา IPO ก็จะพิจารณาให้มีการปรับกระบวนการให้เร็วขึ้นจากปัจจุบัน และในครึ่งหลังปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯยังเดินหน้าโรดโชว์ต่อนักลงทุนต่างประเทศต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมจัดงาน SET THAILAND FOCUS 2026 : REIGNITE THAILAND ในวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 เพื่อแสดงศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทยให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกได้รับทราบ หลังจากที่เดินสายโรดโชว์ที่ลอนดอนและฮ่องกงมาแล้ว 

นายอัสสเดช กล่าวถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาว่า ตลาดหุ้นไทยสามารถให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันสูง(YTD)  เฉลี่ยที่ประมาณ 25%  ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเชีย โดยมีปัจจัยหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น และจุดแข็งเรื่องค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ ทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลัง ยังต้องพิจารณาสถานการณ์ เช่นตัวเลขส่งออกในไตรมาส 2/69 ว่าเป็นอย่างไร แต่ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งด้านความยั่งยืน (ESG) ที่มีความพร้อมกว่าประเทศอื่น


ล่าสุด วันนี้ (29 มิ.ย. 2569) กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 7,599.48 ล้านบาท และต้นปีถึงปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 21,428.25 ล้านบาท เป็นอีกปัจจัยหนุนให้ดัชนีคลาดหุ้นไทยปรับขึ้นได้สูง โดยวันที่ 29 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,577.81 จุด เพิ่มขึ้น 35.47 จุด หรือ 2.30%  มีมูลค่าการซื้อขาย  71,956.16 ล้านบาท 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง