รีเซต

Apple เปิดตัว Apple Creator Studio รวมแอปสร้างสรรค์ระดับโปรไว้ในแพ็กเกจเดียว

Apple เปิดตัว Apple Creator Studio รวมแอปสร้างสรรค์ระดับโปรไว้ในแพ็กเกจเดียว
TNN ช่อง16
14 มกราคม 2569 ( 13:47 )
17

บริษัท Apple เดินหน้าขยายอาณาจักรธุรกิจบริการอย่างจริงจัง ล่าสุดประกาศเปิดตัวแพ็กเกจสมัครสมาชิกใหม่ในชื่อ Apple Creator Studio ที่รวมแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพไว้ในแพ็กเกจเดียว ครอบคลุมทั้งงานตัดต่อวิดีโอ ดนตรี กราฟิก และงานนำเสนอ พร้อมเสริมฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แนวคิด Apple Intelligence เพื่อดึงดูดกลุ่มครีเอเตอร์ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นเข้าสู่ระบบนิเวศของ Apple มากยิ่งขึ้น

แพ็กเกจดังกล่าวสะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของ Apple ที่ให้ความสำคัญกับ ธุรกิจบริการ (Services) มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2025 Apple ระบุว่าธุรกิจบริการของบริษัททำรายได้ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสร้างรายได้รวมระดับ “หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ” ต่อปี กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญควบคู่กับยอดขาย iPhone, iPad และ Mac

สมัครครั้งเดียว ใช้ได้ครบ ราคาเข้าถึงง่ายกว่าเดิม

Apple Creator Studio เปิดให้สมัครใช้งานในราคา 13 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือ 129 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันระดับมืออาชีพ ได้แก่

1. Final Cut Pro
2. Logic Pro
3. Pixelmator Pro
4. Motion
5. Compressor
6. MainStage

นอกจากนี้ สมาชิกยังจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาระดับพรีเมียม สำหรับแอปในกลุ่มทำงาน ได้แก่ Pages, Keynote และ Numbers รวมถึง Freeform ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้

Apple ระบุว่า Apple Creator Studio จะเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ วันที่ 28 มกราคม เป็นต้นไป พร้อมเปิดให้ทดลองใช้งานฟรีเป็นระยะเวลา 1 เดือน

สำหรับภาคการศึกษา นักศึกษาและอาจารย์สามารถสมัครใช้งานได้ในราคาพิเศษเพียง 3 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 99 บาทต่อเดือน หรือ 30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 945 บาท ต่อปี ขณะที่ผู้ใช้งานที่มีสมาชิกในกลุ่ม Family Sharing อย่างน้อยหนึ่งคน จะสามารถแชร์การใช้งานแพ็กเกจเดียวกันได้สูงสุดถึง 6 คน ซึ่งนับเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับการซื้อซอฟต์แวร์แยกแต่ละตัว

ทางเลือกใหม่แทนการซื้อขาด ซอฟต์แวร์ยังขายแยกได้ตามเดิม

แม้จะผลักดันรูปแบบสมัครสมาชิก Apple ยืนยันว่าแอปอย่าง Final Cut Pro, Logic Pro, Pixelmator Pro, Motion, Compressor และ MainStage จะยังคงวางจำหน่ายในรูปแบบ ซื้อขาด (one-time purchase) ผ่าน Mac App Store ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพที่ค่อนข้างสูง เช่น Final Cut Pro ที่มีราคาสูงถึงประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,458 บาท ทำให้แพ็กเกจสมัครสมาชิกอาจเป็นตัวเลือกที่ดึงดูดครีเอเตอร์หน้าใหม่ ฟรีแลนซ์ และผู้ที่ยังไม่พร้อมลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น

เสริม AI เต็มรูปแบบ Final Cut Pro ได้ฟีเจอร์ใหม่เน้นโซเชียลมีเดีย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Apple Creator Studio คือการนำฟีเจอร์ AI เข้ามาใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะใน Final Cut Pro บน Mac และ iPad ที่ได้รับฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า Beat Detection 

นอกจากนี้ Final Cut Pro ยังมาพร้อมเครื่องมือสร้างมอนเทจอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถคัดเลือกช่วงภาพที่ดีที่สุดจากฟุตเทจจำนวนมาก เพื่อสร้างวิดีโอแบบไดนามิกได้อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งมอนเทจเหล่านี้เพิ่มเติม รวมถึงใช้เครื่องมือครอปอัตโนมัติเพื่อแปลงวิดีโอเป็นแนวตั้ง เหมาะสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, Reels และ Shorts

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ การถอดเสียงอัตโนมัติ (Transcription) และการค้นหาภาพจากเนื้อหาในวิดีโอ ซึ่งช่วยลดเวลาการทำงานในขั้นตอนหลังการถ่ายทำอย่างมีนัยสำคัญ

แอปอื่นได้อัปเกรด AI พร้อมกัน ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence

นอกจาก Final Cut Pro แล้ว แอปในแพ็กเกจอย่าง Logic Pro, MainStage, Motion และ Pixelmator Pro ก็จะได้รับฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่นกัน โดย Pixelmator Pro เตรียมขยายมาสู่ iPad พร้อมรองรับ Apple Pencil อย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม Apple ระบุว่า ฟีเจอร์ AI บางส่วนจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence ซึ่งหมายถึง Mac และ iPad รุ่นใหม่ที่มีขีดความสามารถด้านการประมวลผลเพียงพอ

Content Hub และฟีเจอร์พรีเมียมในแอปทำงาน ท้าชน Microsoft-Google

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ Apple Creator Studio คือการเปิดตัว Content Hub ซึ่งเป็นคลังสื่อรวม “ภาพถ่าย กราฟิก และภาพประกอบคุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างดี” สำหรับใช้งานในงานสร้างสรรค์และงานนำเสนอ

ในส่วนของ Keynote, Pages และ Numbers ผู้สมัครแพ็กเกจจะสามารถเข้าถึงเทมเพลตและธีมระดับพรีเมียม รวมถึงทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ในเวอร์ชันเบต้า เช่น

เครื่องมือสร้างร่างข้อความสำหรับงานนำเสนอใน Keynote จากโครงร่างที่ผู้ใช้กำหนด

ฟีเจอร์ Magic Fill ใน Numbers สำหรับช่วยสร้างสูตรและเติมข้อมูลในตารางโดยอัตโนมัติ

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนชัดว่า Apple ไม่ได้มองเพียงตลาดครีเอเตอร์เท่านั้น แต่ยังพยายามยกระดับแอปทำงานของตนเองเพื่อต่อกรกับ Microsoft 365 Copilot และ Google Workspace ในยุคที่ AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของซอฟต์แวร์สำนักงาน

โดยภาพรวม Apple Creator Studio ถูกมองว่าเป็นหมากสำคัญในการแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก Adobe ซึ่งครองความได้เปรียบในตลาดซอฟต์แวร์สร้างสรรค์มายาวนาน ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ให้กับ Apple ในระยะยาว  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง