นาซายืนยัน พายุสุริยะระดับ X1.4 ไม่กระทบภารกิจปล่อยยาน Artemis 2 พร้อมลุ้นชมแสงเหนือในหลายพื้นที่

เมื่อช่วงดึกของวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมที่ผ่าน นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบว่าดวงอาทิตย์ได้ปลดปล่อยพายุสุริยะ (Solar Flare) ขนาดใหญ่ระดับ X1.4 จากจุดดับบนดวงอาทิตย์หมายเลข 4405
การปะทุครั้งนี้ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์สัญญาณวิทยุความถี่สูง (HF) ดับชั่วคราวในบางพื้นที่ของทวีปเอเชียและออสเตรเลีย รวมถึงมีการปล่อยมวลโคโรนา (CME) ความเร็วสูงพุ่งตรงมายังโลก
อย่างไรก็ตาม องค์การนาซา (NASA) ได้ออกมายืนยันว่าสภาพอวกาศที่แปรปรวนนี้ จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อภารกิจส่งนักบินอวกาศ Artemis 2 ไปยังดวงจันทร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
โดยอมิต กษัตริยะ (Amit Kshatriya) ผู้บริหารร่วมของนาซาระบุว่า ทางทีมงานไม่ได้กังวลว่า CME จะส่งผลกระทบต่อภารกิจแต่อย่างใด และทีมบริหารจัดการภารกิจได้อนุมัติ (Go) ให้ดำเนินการเตรียมปล่อยยานในวันที่ 1 เมษายน ตามกำหนดการเดิม
สำหรับภารกิจ Artemis 2 ถือเป็นภารกิจส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจยานอพอลโล 17 ในปี 1972 โดยมีนักบินอวกาศ 4 คน ได้แก่ ไวส์แมน (Reid Wiseman), วิคเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover), คริสตินา คอช (Christina Koch) จากนาซา (NASA) และ เจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) นักบินอวกาศจากแคนาดา
แต่หากระหว่างทางเดินทางไปดวงจันทร์เกิดเหตุการณ์รังสีอวกาศรุนแรง ยาน Orion ก็ได้เตรียมระบบการหลบภัยจากรังสี (Radiation shelter) บนยานอวกาศให้นักบินอวกาศเข้าไปหลบภัยจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยไว้อยู่แล้ว
นอกจากนี้พยากรณ์อากาศในวันปล่อยยานยังมีแนวโน้มแจ่มใส โดยมีโอกาสที่สภาพอากาศจะเอื้ออำนวยสูงถึง 80% ในขณะเดียวกัน สำหรับผลกระทบของการปล่อยมวลโคโรนา (CME) ที่พุ่งเป้ามายังโลก ศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศของ NOAA ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพายุสนามแม่เหล็กโลกในระดับปานกลาง (G2) สำหรับวันที่ 31 มีนาคม
ซึ่งการปะทะนี้อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ (Auroras) ที่สามารถมองเห็นได้ในละติจูดที่ต่ำกว่าปกติ โดยอาจมองเห็นได้ไกลถึงรัฐนิวยอร์ก วิสคอนซิน และวอชิงตัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
