รีเซต

ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน อีลอน มัสก์ แพ้คดี OpenAI ชี้ฟ้องช้าเกินกฎหมายกำหนด

ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน อีลอน มัสก์ แพ้คดี OpenAI ชี้ฟ้องช้าเกินกฎหมายกำหนด
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 08:12 )
วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา คดีความระหว่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) กับบริษัท โอเพนเอไอ (OpenAI) เดินทางมาถึงจุดสำคัญ หลังคณะลูกขุนมีมติให้ฝ่ายของมัสก์แพ้คดี โดยระบุว่าการฟ้องร้องเกิดขึ้นหลังหมดอายุความ ส่งผลให้ข้อกล่าวหาต่อ แซม อัลท์แมน (Sam Altman) และ เกร็ก บร็อคแมน (Greg Brockman) ถูกยกฟ้องทั้งหมด
 
การพิจารณาคดีใช้เวลารับฟังคำให้การนานประมาณ 3 สัปดาห์ ก่อนที่คณะลูกขุนจะใช้เวลาไม่นานในการตัดสิน โดยเห็นว่า แซม อัลท์แมน (Sam Altman) และ เกร็ก บร็อคแมน (Greg Brockman) ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าคดีดังกล่าวหมดอายุความไปแล้วก่อนที่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จะยื่นฟ้องในปี 2024 

เนื่องจากกฎหมายสหรัฐอเมริกากำหนดระยะเวลาไว้ว่า หากจะฟ้องคดีลักษณะนี้ จะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากผู้ฟ้องรับรู้ หรือควรรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นปัญหา โดยคดีลักษณะนี้หรือใกล้เคียงกันต้องยื่นฟ้องภายใน 3 ปี

โดยอีลอน มัสก์กล่าวหาว่าผู้บริหารของ OpenAI นำองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรไปดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ พร้อมกล่าวหาว่ามีการขโมยเงินบริจาคเพื่อการกุศลขององค์กร หลังจากที่เขาแยกทางกับบริษัทในปี 2018

แม้บทบาทของคณะลูกขุนในคดีนี้จะเป็นเพียงการให้คำแนะนำต่อศาล แต่ผู้พิพากษา อีวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส (Yvonne Gonzalez Rogers) เห็นพ้องกับคำตัดสินดังกล่าว โดยระบุว่าข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดความไว้วางใจและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ถูกยกฟ้องเนื่องจากยื่นฟ้องไม่ทันกรอบเวลาตามกฎหมาย

ผู้พิพากษายังส่งสัญญาณชัดเจนว่า หากมัสก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลก็มีแนวโน้มจะยกคำร้องอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มัสก์ยังประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าเขาเตรียมเดินหน้าอุทธรณ์ต่อ โดยยืนยันว่าศาลไม่ได้ตัดสินสาระสำคัญของคดี แต่ตัดสินจากประเด็นด้านเวลาเท่านั้น

ปมสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยน OpenAI สู่ธุรกิจแสวงหากำไร

หัวใจสำคัญของคดีนี้คือการปรับโครงสร้างองค์กรของ OpenAI จากองค์กรไม่แสวงหากำไร ไปสู่บริษัทเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งเปิดทางให้บริษัทสามารถระดมทุนและดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น

อีลอน มัสก์มองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึงการที่ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ลงทุนกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 468,000 ล้านบาท ใน OpenAI ถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์และข้อตกลงดั้งเดิมขององค์กร

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่า มัสก์รับรู้ถึงแนวทางการสร้างรายได้และความทะเยอทะยานด้านธุรกิจของโอเพนเอไอ มานานแล้ว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ เพราะคดีประเภทนี้มีอายุความเพียง 3 ปี

โฆษกของไมโครซอฟท์ออกแถลงการณ์หลังคำตัดสินว่า ข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ในคดีนี้มีความชัดเจนมานานแล้ว และบริษัทพอใจกับคำตัดสินของคณะลูกขุนที่ยกฟ้องข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าร่วมมือกับโอเพนเอไอ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI ต่อไป

บรรยากาศในศาลดุเดือด แซม อัลท์แมนถูกโจมตีเรื่องความน่าเชื่อถือ

ระหว่างการพิจารณาคดี ทีมทนายของอีลอน มัสก์พยายามโจมตีความน่าเชื่อถือของ แซม อัลท์แมนอย่างหนัก โดยอ้างถึงบทความและคำให้การจากอดีตพนักงาน OpenAI หลายคน รวมถึง มิรา มูราติ (Mira Murati) อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท ที่เคยกล่าวว่าอัลท์แมนเป็นคนที่ “พูดอย่างหนึ่งกับคนหนึ่ง และพูดอีกแบบกับอีกคนหนึ่ง”

เมื่อถูกถามว่าเขาคิดว่าตัวเองเป็นคนซื่อสัตย์หรือไม่ แซม อัลท์แมนตอบในตอนแรกว่า “ผมเชื่ออย่างนั้น” ก่อนจะถูกทนายของอีลอน มัสก์กดดันจนต้องแก้คำตอบเป็น “ใช่”

แซม อัลท์แมนยังยืนยันหลายครั้งว่าเขาไม่เคยเห็นคำให้การบางส่วนจากอดีตพนักงานที่กล่าวหาเขาเรื่องการหลอกลวงและการโกหก

ในอีกด้านหนึ่ง อีลอน มัสก์เองก็มีท่าทีเผชิญหน้าระหว่างการให้การ โดยกล่าวว่าคำถามของฝ่ายทนาย OpenAI ถูกออกแบบมาเพื่อหลอกเขาโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายของการพิจารณาคดี อีลอน มัสก์กลับไม่ปรากฏตัวในศาล แม้ว่าผู้พิพากษาจะสั่งให้เขาอยู่รอในกรณีที่อาจถูกเรียกกลับมาให้การเพิ่มเติม โดยฝ่ายทนายของ OpenAI กล่าวต่อคณะลูกขุนว่า “คุณอีลอน มัสก์มาศาลนี้เพื่อเป็นพยานให้คนเพียงคนเดียว คือ อีลอน มัสก์”
โอกาสชนะคดีของมัสก์ถูกมองว่าริบหรี่ตั้งแต่ต้น

ก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น นักวิเคราะห์กฎหมายจำนวนมากมองว่าอีลอน มัสก์มีโอกาสชนะไม่สูงนัก เนื่องจากข้อเรียกร้องของเขาถือว่ารุนแรงอย่างมาก ทั้งการขอให้ยกเลิกการเปลี่ยนสถานะองค์กรของ OpenAI และการผลักดันให้ปลดแซม อัลท์แมนกับบร็อคแมนออกจากตำแหน่งผู้บริหาร

ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ยังเคยยื่นคำร้องขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อหยุดแผนการปรับโครงสร้างของโอเพนเอไอ แต่ผู้พิพากษาระบุว่าคำร้องลักษณะนี้ ไม่ธรรมดาและแทบไม่เคยได้รับการอนุมัติ

แม้คดีรอบนี้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของอีลอน มัสก์ แต่การอุทธรณ์ที่เขากำลังเตรียมยื่น อาจทำให้ข้อพิพาทระหว่างมหาเศรษฐีรายนี้กับโอเพนเอไอ ยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่ร้อนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง