ฉีด 'วัคซีนไฟเซอร์' เป็นเข็มกระตุ้น ป้องกันโควิด-19 สูงถึง 95.6 %

ฉีด 'วัคซีนไฟเซอร์' เป็นเข็มกระตุ้น ป้องกันโควิด-19 สูงถึง 95.6 %
TNN ช่อง16
23 ตุลาคม 2564 ( 07:28 )
74
ฉีด 'วัคซีนไฟเซอร์' เป็นเข็มกระตุ้น ป้องกันโควิด-19 สูงถึง 95.6 %

วันนี้ (23ต.ค.64) บริษัทไบโอเอ็นเทค (BioNTech) และไฟเซอร์ (Pfizer) เผยความสำเร็จวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัททั้งสอง ซึ่งฉีดเป็นเข็มกระตุ้น ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันโรคโควิด-19 สูงสุดร้อยละ 95.6 

 

ไบโอเอ็นเทค  บริษัทสัญชาติเยอรมัน แถลงว่า การศึกษาแบบสุ่มที่มีการควบคุม ระยะที่ 3 ในประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวนกว่า 10,000 คน พบการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โคเมอร์เนตี (Comirnaty) โดสกระตุ้น ช่วยฟื้นฟูการปกป้องร่างกายจากโรคโควิด-19 ได้ในระดับสูง

 

อูกูร์ ซาฮิน ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไบโอเอ็นเทค กล่าวว่า ข้อมูลสำคัญเหล่านี้ช่วยขยายองค์ความรู้ที่มีอยู่และแสดงให้เห็นว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นสามารถปกป้องประชาชนส่วนมากจากเชื้อไวรัสฯ และเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ได้ 

 

การศึกษาแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 2 กลุ่ม ครึ่งหนึ่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มกระตุ้น ส่วนอีกครึ่งได้รับยาหลอก โดยเว้นระยะจากการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 เฉลี่ย 11 เดือน ผลการศึกษาพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 5 ราย ขณะที่พบผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้ยาหลอก 109 ราย

 

ไบโอเอ็นเทคและไฟเซอร์ยังประกาศแผนการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการศึกษานี้ เพื่อเผยแพร่บนวารสารวิทยาศาสตร์ พร้อมยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก

 

ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ออกคำแนะนำการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิ หรือ บูสเตอร์ สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิดที่ผลิตโดยโมเดอร์นา (Moderna) และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) พร้อมเสริมว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนชนิดเดียวกันเป็นเข็มบูสเตอร์

 

คณะกรรมการที่ปรึกษาของ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ ออกคำแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ได้รับวัคซีนโควิดชนิด 1 เข็ม ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ในระยะ 2 เดือนหรือนานกว่านั้น ให้เข้ารับวัคซีนบูสเตอร์ได้

 

ขณะที่ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ที่ได้รับวัคซีนโควิดชนิด 2 เข็ม ทั้งของไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา สามารถเข้ารับวัคซีนเข็มสามได้ หลังจากฉีดครบ 2 เข็มไปแล้ว 6 เดือนหรือนานกว่านั้น 

 

แพทย์หญิงโรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ  เห็นชอบในกรอบคำแนะนำจากคณะกรรมการที่ปรึกษา ในวันพฤหัสบดี ซึ่งสอดรับกับแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ หรือ FDA ที่เพิ่งอนุมัติการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน หรือ บูสเตอร์ ของโมเดอร์นา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ไปเมื่อวันพุธ และทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ แสดงจุดยืนสนับสนุนให้ชาวอเมริกันเลือกฉีดวัคซีนบูสเตอร์ที่แตกต่างจากวัคซีนโดสแรกด้วยเช่นกัน

 

ทั้งนี้ ผลการศึกษาโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ เผยว่า ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแบบ 1 เข็มของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน แล้วได้วัคซีนบูสเตอร์ ของ โมเดอร์นา จะมีแอนติบอดี (Antibody) เพิ่มขึ้นถึงกว่า 76 เท่า หรือหากได้รับบูสเตอร์ของไฟเซอร์ ปริมาณแอนติบอดี จะเพิ่มขึ้น 35 เท่า ขณะที่การรับวัคซีนเข็มที่ 2 ของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เอง กลับเพิ่มระดับแอนติบอดีเพียง 4 เท่าเท่านั้น

 

ก่อนหน้านี้ หลายประเทศ ซึ่งรวมถึง สหราชอาณาจักร ได้สนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนผสมสูตรไปแล้ว สำหรับวัคซีนของบริษัท แอสตราเซเนกา ที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการฉีดในสหรัฐฯ

 

คำแนะนำการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิมีขึ้นวันเดียวกับที่สหรัฐฯ มาถึงหลักชัยในการแจกจ่ายวัคซีน 200 ล้านโดสให้กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ตามคำมั่นของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ว่า สหรัฐฯ คือคลังวัคซีนของโลก

 

นอกจากนี้ ไฟเซอร์ ยังเปิดเผยผลวิจัยการฉีดวัคซีน ในเด็กอายุ 5-11 ปี มีประสิทธิภาพอยู่ที่ร้อยละ 90.7 โดยการวิจัยดังกล่าวมีผู้เข้าร่วม 2,268 คน ขณะที่ คณะที่ปรึกษาฯ จะมีการประชุมกันในวันอังคารหน้า เพื่อพิจารณาว่า จะเสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 5-11 ปีหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม หากไฟเซอร์ได้รับการอนุมัติ ฉีดวัคซีนให้แก่เด็กที่มีอายุ 5-11 ปีก็จะสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาในโรงเรียน หลังพบว่ามีเด็กในสหรัฐฯ ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก โดยที่เด็กกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฉีดวัคซีน 

 

ภาพจาก TNN ONLINE

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง