ไม่ทันได้ใช้เงิน! หิ้ว 2 คนร้ายชิงทองทำแผน รับตกงาน-ติดหนี้ยา เค้นสอบทองที่หาย

ไม่ทันได้ใช้เงิน! หิ้ว 2 คนร้ายชิงทองทำแผน รับตกงาน-ติดหนี้ยา เค้นสอบทองที่หาย
ข่าวสด
27 กุมภาพันธ์ 2564 ( 13:52 )
135
ไม่ทันได้ใช้เงิน! หิ้ว 2 คนร้ายชิงทองทำแผน รับตกงาน-ติดหนี้ยา เค้นสอบทองที่หาย

ไม่ทันได้ใช้เงิน! หิ้ว 2 คนร้ายชิงทองทำแผน รับตกงาน-ติดหนี้ยา เค้นสอบทองที่หายอีก 70 บาท เร่งสอบประวัติหลังพบเอี่ยวปล้นทอง-รถขนเงินปี 58

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ.64 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์

 

 

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ควบคุมตัว นายทวีวงศ์ หรือ ตูน หอมเนียม อายุ 37 ปี และนายคันศร หรือ โต็ด วสุหิรัญ อายุ 39 ปี นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ 2 ซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างติดประตูทางเข้าออกลานจอดรถภายในห้างบิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ หลังร่วมกันด่อเหตุใช้อาวุธปืนเข้าชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 209 บาท และเงินสดอีกประมาณ 8 หมื่นบาท ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมยึดของกลางกลับคืนมาได้บางส่วน

 

 

โดยของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามนำกลับมาได้ ด้วยของกลางเป็นทองรูปพรรณชนิดต่างๆ น้ำหนัก 88 บาท เงินสด 1.5 หมื่นบาท อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวนหนึ่งและรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น เอ็นแม็กซ์ 155 สีขาว คันหมายเลขทะเบียน 5 กด 1484 กรุงเทพมหานคร ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามของกลางรูปพรรณที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ไปได้ที่ภายในห้องพักคนงานหมายเลข 37 แคมป์คนงานของบริษัทแห่งหนึ่งย่านช่องนนทรี เขตยานนาวา โดยพบของกลางถูกซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้าและใต้เบาะรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ

 

 

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายทวีศักดิ์และนายคันศร เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่จอดรถจยย.วิ่งเข้าไปใช้อาวุธขู่บังคับให้พนักงานร้านทองหมอบนั่งลงกับพื้น จากนั้นนายทวีศักดิ์ปีนข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปคว้าถาดที่แขวนทองรูปพรรณน้ำหนักต่างๆ จากตู้โชว์ด้านหลัง ส่งให้นายคันศรที่ถืออาวุธปืนคุ้มเชิงคว้าใส่กระเป๋าสะพายที่เตรียมมา โดยเวลาใช้ลงมือก่อเหตุประมาณ 1 นาที

 

 

นายทวีศักดิ์ กล่าวระหว่างทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเป็นเพราะตกงาน และต้องการนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงตัดสินใจลงมือร่วมกับนายคันศร ซึ่งติดเงินค่ายาเสพติด หลังก่อเหตุแบ่งทรัพย์สินที่ได้กันเพียงบางส่วน ก่อนจะถูกเจ้าหน้าตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

 

 

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ประสานความร่วมมือในการเร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างทันควัน ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังก่อเหตุ โดยได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดนนทบุรี ในการติดตามเส้นทางของคนร้ายที่หลบหนีจากกล้องซีซีทีวีตามจุดต่างๆ จนสามารถทราบเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีและตามไปจับกุมตัวได้ในที่สุด

 

 

ตนอยากจะขอฝากเตือนไปยังผู้ที่จะคิดลงมือก่อเหตุในลักษณะนี้ว่า ปัจจุบันเรามีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ทั้งเมือง หากคิดก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่เคยรอดสักราย ไม่ทันได้ใช้เงิน ก็ถูกจับติดคุกดำเนินคดีก่อนแล้ว ดังนั้นหากใครคิดจะมาก่อเหตุในลักษณะนี้ควรคิดดูให้ดีว่า มันคุ้มค่าไหมที่ไม่ได้ใช้เงิน แล้วต้องมาติดคุกแทน

 

 

หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไปสอบสวนต่อ เนื่องจากยังมีทองรูปพรรณน้ำหนัก 70 บาท ที่คนร้ายชิงไปยังขาดหายอยู่ รวมทั้งเงินสดจากจำนวน 8 หมื่นบาท ที่ติดตามกลับมาได้เพียง 1.5 หมื่นบาท

 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืน และยานพาหนะเพื่อสะดวกหลบหนีในการกระทำผิด พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบประวัติของนายทวีศักดิ์ ผู้ต้องรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากพบว่านายทวีศักดิ์ เคยมีประวัติพัวพันกับการปล้นทรัพย์ร้านทอง 600 กว่าบาทในจังหวัดชลบุรี และปล้นรถขนเงินในพื้นที่สน.ปทุมวัน เมื่อปี 2558 อีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง