รีเซต

โผหุ้นรับงบ3.78ล้านล้าน CKพร้อมโกยงานเต็มสูบ

โผหุ้นรับงบ3.78ล้านล้าน CKพร้อมโกยงานเต็มสูบ
ทันหุ้น
22 กันยายน 2568 ( 07:30 )
63

#CK #รัฐบาล #ทันหุ้น – เปิดโผหุ้นรับรัฐบาลใหม่ พร้อมงบปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท มีผล 1 ตุลาคม หนุนงานก่อสร้าง–เศรษฐกิจ ด้าน CK ลั่นพร้อมรับงานภาครัฐ–รัฐวิสาหกิจ–เอกชน สะท้อนพอร์ตงานกระจายและบริหารต้นทุนได้ดี ขณะที่โบรกชี้หุ้นกลุ่มรับเหมา CK, STECON, SCC, SCCC, TASCO และกลุ่มบริโภค–ครัวเรือน CPF, TU, CPALL, HMPRO รวมถึงกลุ่มการเงิน MTC, SAWAD, TIDLOR, BAM รับอานิสงส์

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยกับ “ทันหุ้น”ว่า ภายหลังจากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันเพิ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับมีประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 กำหนดวงเงินรวมกว่า 3.78 ล้านล้านบาท มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไปแล้วนั้น

                สำหรับ CK ในฐานะผู้ประกอบการเอกชนขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญงานก่อสร้าง โดยรับงานจากหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน มีความคาดหวังให้คณะทำงานชุดใหม่จะสานต่อการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงงานก่อสร้างด้วย

*โกยงานเติมพอร์ต

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลดีของการมีรัฐบาลใหม่นี้ แม้หลายรายชื่อ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นบุคลลที่ได้การยอมรับวงกว้าง และมีภาพลักษณ์เป็นคนเก่งจากประวัติการทำงานที่ประสบความสำเร็จมายาวนาน โดยจำเป็นต้องติดตามนโยบายต่างๆ ที่จะออกมาหลังจากนี้จึงประเมินผลดีได้ชัดเจน

ทั้งนี้ปัจจุบัน บริษัทจะงานในมือ (Backlog) ราว 1.8 - 1.9 แสนล้านบาท แบ่งเป็น งานภาครัฐ ราว 50% รัฐวิสาหกิจราว 20-25% งานองค์กรเอกชนราว 10-15% และงานจากบริษัทในเครือราว 10% สะท้อนความสามารถในการกระจายพอร์ตงาน (Diversifying  Portfolio) ไม่พึ่งพิงงานจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง พร้อมกันนี้ บริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนผ่านการใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจและการเจรจากับคู่ค้าในการจัดหาวัสดุก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

                ขณะที่สภาพการณ์อุตสาหกรรมก่อสร้าง 3-4 เดือนหลังจากนี้ ก็ยังต้องประเมินโดยต้องรอรายละเอียดนโยบายต่างๆ ที่จะออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งในระยะสั้นๆ ตอนนี้ปริมาณงานในตลาดยังไม่แตกต่างจากตลอดปีที่ผ่านมา ทว่าก็มีความหวังได้มากขึ้น

*ผลักดันนโยบายใหญ่ๆ

                ด้านนายภัทรนันท์  ธนียวัน ลิ้มอุดมพร ผู้จัดการอาวุโส นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ถึงมุมมองต่อการมีคณะรัฐมนตรีใหม่และโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจว่า สืบเนื่องจาก รัฐบาลปัจจุบันอาสาเข้ามาบริหารประเทศด้วยการแสดงเจตจำนงที่จะอยู่ในตำแหน่งระยะ 4 เดือน ดังนั้นในการทำงานจริง การผลักดันนโยบายใหญ่ๆ ให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจอย่างชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากภายใต้เวลาจำกัด

                สอดรับกับประมาณรายจ่ายภาครัฐบาลที่จะลงมากระตุ้นงานก่อสร้างต่างๆ แม้จะทำได้ด้วยอำนาจคณะผู้บริหาร ทว่างานขนาดใหญ่ที่จะมีผลเต็มที่กับเศรษฐกิจโดยรวมย่อมจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาผลักดัน แต่การมีรัฐบาลที่มีอำนาจขับเคลื่อนเศรษฐกิจเข้ามาดูแลก็ย่อมดีกว่าไม่มีรัฐบาล

*รับเหมา-บริโภค-การเงิน เด่น

                บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ที่สามารถเบิกได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ทำให้ความกังวลการเกิดงบประมาณล่าช้าหายไป และมีเม็ดเงินสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามนโยบาย ครม. ใหม่ที่ตั้งเป้าไว้

                ทั้งนี้หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ คือ การใช้จ่ายภาครัฐ ได้แก่ SCC, SCCC, STECON, CK และ TASCO รวมไปถึงการบริโภคภาคครัวเรือน ได้แก่ CPF, TU, CPALL, HMPRO, CBG, MTC, SAWAD, TIDLOR  และ BAM

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง