รีเซต

ทิสโก้เจาะ TVO กำไร 1H69 แกร่ง ปันผลดี-มีลุ้นอัพไซด์

ทิสโก้เจาะ TVO กำไร 1H69 แกร่ง ปันผลดี-มีลุ้นอัพไซด์
ทันหุ้น
10 กรกฎาคม 2569 ( 14:25 )
11

#ทันหุ้น - บล.ทิสโก้ ส่องหุ้น บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO คาดผลประกอบการและเงินปันผล Q2/69F แข็งแกร่ง ขณะที่ยังมีอัพไซด์ในช่วง 2H69F

ฝ่ายวิจัยคาดว่า TVO จะรายงานกำไรหลัก Q2/69F ที่แข็งแกร่งจำนวน 807 ล้านบาท (+3% YoY, +60% QoQ) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายกำลังการผลิตและส่วนต่างราคาวัตถุดิบที่กว้างขึ้น และคงชอบ TVO จากแนวโน้มผลประกอบการที่ยั่งยืนมากกว่า โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ 1) การปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาด 2) ผลการดำเนินงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงวัฏจักรขาลงจากกำลังการผลิตใหม่และส่วนแบ่งตลาดที่สูงขึ้นอย่างเป็นโครงสร้าง 3) อัพไซด์จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง และ 4) ปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลาย Q4/69–Q1/70F ซึ่งจะสนับสนุนราคาผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง และยังคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.1 บาทต่อหุ้น โดยอิงจากอัตราการจ่ายเงินปันผล 65% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.4% หลังจากที่ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 13–7% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TVO พร้อมปรับมูลค่าที่ เหมาะสมขึ้นเป็น 33.75 บาท

ผลงานแข็งแกร่งจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นสู่การใช้กำลังการผลิตเต็มที่ ยอดขายคาดว่าจะอยู่ที่ 7.89 พันล้านบาท (+19% YoY, +2% QoQ) โดยได้แรงหนุนจากการขยายกำลังการผลิตล่าสุด ปริมาณการขายที่สูงขึ้นเล็กน้อย และราคาเฉลี่ยขาย (ASP) ที่สูงขึ้นโดยราคากากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 3–4% และราคาน้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น HSD% ซึ่งสะท้อนส่วนเพิ่มของราคาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ต้นทุนการบดถั่วเหลืองคาดว่าจะทรงตัว QoQ จากการจัดหาถั่วเหลืองในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13.8% (เทียบกับ 10.8% ใน Q1/69) ซึ่งสูงกว่าช่วงปกติที่ผู้บริหารระบุไว้ที่ 8–12% เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลงมาอยู่ที่ 2.9% ของยอดขาย (เทียบกับ 3.5% ใน Q2/68) ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 859 ล้านบาท (+2% YoY, +40% QoQ) ขณะที่รายได้เงินปันผลจากบริษัทย่อยจำนวน 80 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม

คาด Q3/69F ชะลอลง QoQ จากส่วนต่างราคาที่ลดลง ในระหว่างนี้ คาดว่าส่วนต่างราคาจะลดลงเล็กน้อยใน Q3/69F เนื่องจากต้นทุนราคาถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย หลังความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซลดลง ขณะที่ปรากฏการณ์ El Niño และสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของส่วนต่างราคาในระยะต่อไป

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นเป็น 33.75 บ. ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยอิงจากการประเมินมูลค่าเชิงสัมพัทธ์ และปรับเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสมเป็น 33.75 บาท (จาก 30.00 บาท) โดยใช้ค่า P/E ที่ 12.8 เท่า (-0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ความเสี่ยงส าคัญ ได้แก่ 1) ส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าคาด 2) ราคาปศุสัตว์ในประเทศอ่อนแอ และ 3) ราคาถั่วเหลืองโลกอ่อนตัวกว่าคาด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง