นายกฯ สิงคโปร์แถลงแนวทางรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

3 เมษายน 2569 ( 12:42 )
15
ผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง
- น้ำมันและก๊าซ LNG ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงมากจริง ๆ รวมถึงปุ๋ยเคมี และฮีเลียมด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร
- เอเชียกระทบหนัก เพราะใช้น้ำมันที่ผ่านจากฮอร์มุซเยอะ น้ำมันราคาพุ่ง 60% ตั้งแต่เกิดสงคราม
- สหรัฐฯ บอกจะจบสงครามเร็ว ๆ นี้ แม้ไม่มีการเจรจา สิงคโปร์หวังให้การหารือสำเร็จ
- แม้สงครามอาจจะยุติในอนาคต แต่ความเสียหายด้านโครงสร้างพลังงาน ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นฟู ราคาพลังงานก็จะสูงไปอีกหลายเดือน
- สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือความเป็นไปได้ที่จะมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน รวมถึงเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญอื่นๆ ในภูมิภาค
- หากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่กับเงินเฟ้อ (stagflation)
สิงคโปร์เรียกประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีวิกฤตการณ์ภายในประเทศเพื่อออกแผนแก้ปัญหา
- ดำเนินการเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน
- โรงกลั่นและบริษัทเคมีลดกำลังการผลิตและจัดหาน้ำมันดิบและวัตถุดิบจากนอกตะวันออกกลาง
- ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กำลังจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนจากผู้ผลิตทั่วโลก
- ร่วมมือกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าก๊าซ LNG หลักกว่า 1 ใน 3 ของสิงคโปร์ ว่าสิงคโปร์จะยังคงได้รับ LNG
- ร่วมมือกับนิวซีแลนด์เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางขนส่งอาหารและสินค้าจำเป็นจะยังคงอยู่
2. การบรรเทาผลกระทบต่อภาคครัวเรือน-ธุรกิจ
- บรรเทาปัญหาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น โดยเน้นที่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนัก
3. ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
- ภาคธุรกิจและครัวเรือนช่วยกันประหยัดพลังงาน
- ลดการบริโภคที่ไม่จำเป็น
พร้อมย้ำว่า ถ้าชาวสิงคโปร์ทั้งหมดช่วยกันก็จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารจัดการวิกฤตในวงกว้างของสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นหลังจากการระบาดของโรคซาร์ส เพื่อประสานงานการรับมือระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉินระดับชาติครั้งใหญ่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
