CKตุนแบ็กล็อก1.4แสนล. พร้อมชิงงานใหม่ครึ่งหลัง

#CK #ทันหุ้น - CK คาดแบ็กล็อกสิ้นไตรมาส 2/2569 กว่า 1.4 แสนล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2571 เชื่องบลงทุนภาครัฐ ลดลงไม่กระทบเมกะโปรเจ็กต์ เชื่อรัฐทยอยเปิดประมูลงานใหม่ครึ่งหลังปี 2569-2570 มูลค่ารวมกว่า 7.26 แสนล้านบาท ขณะที่การแข่งขันรับเหมาลดลง หนุนรักษามาร์จิ้น ด้านโบรก มองบวกต่อกลุ่มชู STECON PYLON เด่น และแนะ “ซื้อ” CK และ SEAFCO
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ช การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์ปริมาณงานในมือ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ระดับมากกว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับการรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2571 ได้อย่างมั่นคง
@ลุยเมกะโปรเจ็กต์
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะปรับลดวงเงินงบประมาณด้านการลงทุนลงประมาณ 7-8% แต่บริษัทประเมินว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกรอบการลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ เนื่องจากภาครัฐยังสามารถเดินหน้าลงทุนหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโครงการที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม หรือ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) ซึ่งช่วยลดภาระด้านงบประมาณภาครัฐ และยังสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการที่คาดการณ์ว่าหน่วยงานภาครัฐจะทยอยเปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป อาทิ โครงการวางงานระบบและจัดหาขบวนรถ (M&E) รถไฟฟ้าสายสีม่วง, โครงการมอเตอร์เวย์ M5, โครงการเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานหลักทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงท่าอากาศยานภูมิภาค อาทิท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2
ขณะเดียวกันวงเงินงบประมาณการลงทุนในปี 2570 ก็มีมูลค่ารวมประมาณ 7.26 แสนล้านบาท อาทิ มอเตอร์เวย์ M6 และ M9, ทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ -ป่าตอง, โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี - หาดใหญ่ - สงขลา และช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์, ขยายรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงรังสิต - หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และช่วงศิริราช - ตลิ่งชัน - ศาลายา รวมถึงเร่งประกวดราคา รถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ฯลฯ
@หนุนกำไร
สำหรับการแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แม้ปริมาณงานในตลาดยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่การแข่งขันปรับตัวลดลง หลังผู้รับเหมาบางรายชะลอการรับงานใหม่ ทำให้โครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการรักษาศักยภาพการทำกำไรและการเติมงานในมือของบริษัท
“บริษัทมองว่า ภาวะการแข่งขันที่ลดลงดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสในการ รักษาศักยภาพการทำกำไรของงานก่อสร้าง และทำให้การเติมงานในมือ (Backlog) ในระยะต่อไปมีแนวโน้มที่ดีขึ้น”
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ แม้งบลงทุนปี 2570 จะลดลง 8.4% YoY และงบลงทุนของกระทรวงคมนาคมลดลง 9% YoY แต่ฝ่ายวิจัยมองว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าแผนเมกะโปรเจ็กต์ โดยเฉพาะโครงการในรูปแบบ PPP ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนผู้รับเหมารายใหญ่ในระยะถัดไป
ทั้งนี้แม้บรรยากาศการลงทุนระยะสั้นอาจได้รับแรงกดดันจากความล่าช้าในการเปิดประมูลโครงการภาครัฐ แต่การที่รัฐบาลยังเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข่งขันประมูลที่มีความสมเหตุสมผลมากขึ้นจากจำนวนผู้แข่งขันที่ลดลง จะช่วยสนับสนุนทั้งความเชื่อมั่นและผลประกอบการของผู้รับเหมาในปี 2570 จึงยังคงมีมุมมองเชิงบวก (Positive) ต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเลือก STECON ราคาเป้าหมาย 20.62 บาท และ PYLON ราคาเป้าหมาย 4.32 บาทเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากการมีฐานรายได้ที่กระจายทั้งโครงการภาครัฐและภาคเอกชน และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK ราคาเป้าหมาย 27.98 บาท และ SEAFCO ราคาเป้าหมาย 3.46 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
