รีเซต

ทำงานกะดึก เสี่ยงสุขภาพจริงหรือไม่ กรณีพยาบาลร้อยเอ็ดกับหลักฐานวิจัยโลก

ทำงานกะดึก เสี่ยงสุขภาพจริงหรือไม่ กรณีพยาบาลร้อยเอ็ดกับหลักฐานวิจัยโลก
TNN ช่อง16
13 มกราคม 2569 ( 13:13 )
6

กรณีพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลร้อยเอ็ดเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรกะดึก กลายเป็นเหตุการณ์ที่สังคมตั้งคำถามมากกว่าความสูญเสียเฉพาะบุคคล เพราะเมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางการแพทย์และงานวิจัยที่มีอยู่จำนวนมาก เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย หากแต่เป็นความเสี่ยงที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องในวงการสาธารณสุข

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลร้อยเอ็ดระบุว่า พยาบาลรายดังกล่าวเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันร่วมกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ระหว่างเข้าเวรดูแลผู้ป่วย ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายตามธรรมชาติควรอยู่ในภาวะพักผ่อน

ต่อมา เมื่อเชื่อมโยงกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง ได้อธิบายผ่านบทความให้ความรู้ว่า บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องเผชิญกับชั่วโมงงานยาว ความรับผิดชอบสูง และแรงกดดันที่ไม่เปิดโอกาสให้เกิดความผิดพลาด สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายตนเอง โดยเฉพาะอาการเหนื่อยสะสม ใจสั่น หรือแน่นหน้าอก

ในช่วงเวลาเดียวกัน งานวิจัยระดับนานาชาติด้านเวชศาสตร์การทำงานและสุขภาพหัวใจได้ให้คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน วารสาร Frontiers in Psychiatry และ Frontiers in Public Health รายงานตรงกันว่า ผู้ที่ทำงานกะดึกมากกว่าครึ่งมีความผิดปกติด้านการนอนหลับ และจำนวนไม่น้อยพัฒนาไปสู่ภาวะความผิดปกติของจังหวะการนอน ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท ฮอร์โมน และการฟื้นฟูร่างกายในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือผลกระทบต่อระบบหัวใจ งานวิจัยจาก Open Heart วารสารในเครือ BMJ และฐานข้อมูล PubMed พบว่า การทำงานกะดึกเพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะและโรคหัวใจขาดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนปีที่ทำงาน และยิ่งเด่นชัดในกลุ่มอายุน้อยที่โดยทั่วไปควรมีสุขภาพแข็งแรง

ภายหลังจากนั้น การศึกษาระยะยาวอย่าง STRESSJEM Study ซึ่งติดตามแรงงานจำนวนมากในยุโรป ยืนยันว่า การทำงานกะดึกและการทำงานชั่วโมงยาวมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ขณะที่รายงานร่วมขององค์การอนามัยโลกและองค์การแรงงานระหว่างประเทศระบุว่า การทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกนับแสนรายต่อปี

เมื่อพิจารณาจากกลไกทางชีวภาพ งานวิจัยของสถาบันด้านสุขภาพในสหรัฐฯ ชี้ว่า การทำงานกลางคืนรบกวนนาฬิกาชีวิต ทำให้ฮอร์โมนความเครียดหลั่งผิดเวลา ฮอร์โมนนอนหลับลดลง และความแปรปรวนของจังหวะหัวใจต่ำลง ซึ่งทั้งหมดล้วนเพิ่มโอกาสเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเครียดสะสมและพักผ่อนไม่เพียงพอ

ดังนั้น กรณีพยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ดถูกมองได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนต่อระบบการทำงานกะดึกในภาคสาธารณสุข มากกว่าเหตุอุบัติเหตุเฉพาะราย และชี้ให้เห็นความจำเป็นในการทบทวนอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องชั่วโมงงาน การเฝ้าระวังสุขภาพบุคลากร และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการพักผ่อน เพื่อไม่ให้การทุ่มเทดูแลผู้อื่นต้องแลกมาด้วยต้นทุนชีวิตของผู้ปฏิบัติงานเอง

อ้างอิง 

กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลร้อยเอ็ด รายงานกรณีพยาบาลเสียชีวิตขณะเข้าเวรกะดึก
ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช บทความและข้อสังเกตด้านสุขภาพบุคลากรแพทย์จากการทำงานหนัก

Frontiers in Psychiatry
Frontiers in Public Health
Open Heart วารสารในเครือ BMJ
PubMed ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์
STRESSJEM Study
World Health Organization และ International Labour Organization
World Economic Forum
NIH และสถาบันวิจัยทางการแพทย์สากล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง