HPV ในประเทศไทย ติดเชื้อสูงแค่ไหน? เปิดสถิติที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

HPV ไวรัสที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสติดเชื้อ
เชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส หรือ HPV (Human Papillomavirus) เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในโลก รวมถึงประเทศไทย โดยข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสติดเชื้อ HPV อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิตสูงถึง 80-90%
แม้การติดเชื้อส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1-2 ปีโดยไม่แสดงอาการ แต่ในบางรายที่ติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูงเป็นเวลานาน อาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV มากกว่า 95% ของผู้ป่วยทั้งหมด
สายพันธุ์ที่ถูกพบว่ามีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกทั่วโลก
ตัวเลขมะเร็งปากมดลูกที่ยังน่ากังวล
แม้ประเทศไทยจะมีระบบคัดกรองและวัคซีน HPV มานานหลายปี แต่ภาระโรคยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า
- ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่เฉลี่ย 5,422 รายต่อปี
- คิดเป็นประมาณ 15 รายต่อวัน
- ผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 2,238 รายต่อปี
- หรือประมาณ 6 รายต่อวัน
ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์มะเร็งและสถานพยาบาลหลายแห่งประเมินว่า จำนวนผู้ป่วยใหม่อาจสูงถึงประมาณ 8,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ย 8-12 รายต่อวัน
ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกยังคงเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย และยังติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ แม้แนวโน้มโดยรวมจะลดลงจากอดีต
ทำไม HPV จึงแพร่กระจายได้ง่าย
ความท้าทายของ HPV คือผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เนื่องจากไม่มีอาการแสดง
งานวิจัยด้านสาธารณสุขพบว่า
- ผู้หญิงประมาณครึ่งหนึ่งมีโอกาสสัมผัสเชื้อ HPV ภายใน 2 ปีหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก
- ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ
- ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองในหลายกรณี
- มีเพียงส่วนน้อยที่เชื้อคงอยู่และพัฒนาเป็นความผิดปกติของเซลล์
ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า HPV เป็นไวรัสที่มี "ความชุกสูง" ในประชากร แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ติดเชื้อทุกคนจะป่วยเป็นมะเร็ง
ไทยอยู่ตรงไหนบนเส้นทางกำจัดมะเร็งปากมดลูก
องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization วางเป้าหมายกำจัดมะเร็งปากมดลูกให้เป็นปัญหาสาธารณสุขภายในศตวรรษนี้ ผ่านยุทธศาสตร์ 90-70-90 ได้แก่
- เด็กหญิงได้รับวัคซีน HPV ครอบคลุม 90%
- ผู้หญิงได้รับการคัดกรองอย่างน้อย 70%
- ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม 90%
ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายสอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว โดยบรรจุวัคซีน HPV เข้าในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ และให้บริการฟรีแก่เด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ขณะเดียวกัน สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังเปิดให้สตรีไทยอายุ 30-60 ปี เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฟรีตามเกณฑ์ที่กำหนด
ช่องว่างที่ยังต้องเร่งแก้ไข
แม้ประเทศไทยจะมีเครื่องมือสำคัญทั้งวัคซีนและการคัดกรอง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังพบความท้าทายหลายด้าน เช่น
- ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ HPV ของประชาชน
- การเข้าถึงบริการในพื้นที่ห่างไกล
- ความครอบคลุมของวัคซีนในแต่ละจังหวัดที่ยังแตกต่างกัน
- การเข้ารับการตรวจคัดกรองที่ยังต่ำกว่าเป้าหมายในบางพื้นที่
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อโอกาสค้นพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
HPV ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
สถิติในประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยมากในประชากร โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่มะเร็งปากมดลูกยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยหลายพันรายต่อปี
การฉีดวัคซีน การตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง จึงยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดภาระโรค และช่วยให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายการกำจัดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
