รีเซต

ไขข้อสงสัย HPV ติดทางไหนบ้าง? ทำไมแพทย์เตือนเรื่องออรัลเซ็กซ์

ไขข้อสงสัย HPV ติดทางไหนบ้าง? ทำไมแพทย์เตือนเรื่องออรัลเซ็กซ์
TNN ช่อง16
7 มิถุนายน 2569 ( 12:10 )
11

HPV ไม่ติดจากโถส้วม แต่ติดจากออรัลเซ็กซ์ได้

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลัง พญ.ปวีณา หันชะนา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ระบุว่า “HPV ไม่ติดจากโถส้วม แต่สามารถติดจากการโม๊กได้ ซึ่งก่อมะเร็งช่องปากและลำคอได้ด้วย”

ข้อความดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากใช้ภาษาที่เข้าถึงง่ายและหยิบยกประเด็นสุขภาพทางเพศที่หลายคนอาจยังเข้าใจคลาดเคลื่อน

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าใจความสำคัญของโพสต์ดังกล่าวสอดคล้องกับองค์ความรู้ทางวิชาการในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการติดต่อของเชื้อ HPV และความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งในช่องปากและลำคอ

HPV คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

เชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก่อให้เกิดหูดตามผิวหนังและอวัยวะเพศ ขณะที่บางสายพันธุ์จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด

มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้แก่

  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย
  • มะเร็งช่องปาก
  • มะเร็งคอหอยและทอนซิล

โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบเกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องปากและลำคอมากที่สุด

ทำไม HPV ไม่ติดจากโถส้วม

หนึ่งในความเชื่อที่พบได้บ่อยคือการติดเชื้อ HPV จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะหรือฝารองนั่งชักโครก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากองค์กรด้านมะเร็งและงานวิจัยหลายฉบับระบุว่า การติดเชื้อผ่านพื้นผิวสิ่งแวดล้อม เช่น โถส้วม มีโอกาสต่ำมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญทางระบาดวิทยา

สาเหตุสำคัญคือ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสเยื่อบุหรือผิวหนังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระหว่างกิจกรรมทางเพศ ไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายเหมือนไวรัสระบบทางเดินหายใจ

ดังนั้น การใช้ห้องน้ำสาธารณะตามปกติจึงไม่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของการติดเชื้อ HPV

ออรัลเซ็กซ์เป็นช่องทางติดเชื้อ HPV ได้จริง

ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า HPV สามารถติดต่อผ่านออรัลเซ็กซ์ หรือการใช้ปากสัมผัสอวัยวะเพศได้

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุช่องปาก ลิ้น คอหอย และต่อมทอนซิล ทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องปากได้

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ เช่น Harvard University และ Johns Hopkins University ระบุว่า ออรัลเซ็กซ์เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ทำให้การติดเชื้อ HPV ในช่องปากเพิ่มขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่มีคู่ออรัลเซ็กซ์หลายคนตลอดชีวิตมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ในช่องปากสูงกว่ากลุ่มทั่วไป

ติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งทันที

แม้ HPV จะมีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องปากและลำคอ แต่การติดเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาเป็นมะเร็งทุกคน

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ประมาณ 90% ของผู้ติดเชื้อ HPV สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี จากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เกิดการติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลานานหลายปี จนทำให้เซลล์ผิดปกติและพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงมักเน้นว่าควรตระหนักถึงความเสี่ยง แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป

มะเร็งช่องปากและลำคอจาก HPV เพิ่มขึ้นทั่วโลก

ในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป มีรายงานว่ามะเร็งคอหอยส่วนกลาง (Oropharyngeal Cancer) ซึ่งรวมถึงบริเวณโคนลิ้นและต่อมทอนซิล มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

นักวิจัยจำนวนมากเชื่อว่าการติดเชื้อ HPV จากพฤติกรรมทางเพศ รวมถึงออรัลเซ็กซ์ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นดังกล่าว

แม้บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งช่องปาก แต่ HPV ได้กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่วงการแพทย์ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้น

ป้องกัน HPV อย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางลดความเสี่ยงดังนี้

  • รับวัคซีน HPV ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ใช้ถุงยางอนามัยหรือ Dental Dam ระหว่างออรัลเซ็กซ์
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
  • พบแพทย์หากมีแผลในปากหรือเจ็บคอเรื้อรังผิดปกติ

ปัจจุบันวัคซีน HPV สามารถช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่อได้รับวัคซีนก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง