ไขข้อสงสัย HPV ติดทางไหนบ้าง? ทำไมแพทย์เตือนเรื่องออรัลเซ็กซ์

HPV ไม่ติดจากโถส้วม แต่ติดจากออรัลเซ็กซ์ได้
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลัง พญ.ปวีณา หันชะนา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ระบุว่า “HPV ไม่ติดจากโถส้วม แต่สามารถติดจากการโม๊กได้ ซึ่งก่อมะเร็งช่องปากและลำคอได้ด้วย”
ข้อความดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากใช้ภาษาที่เข้าถึงง่ายและหยิบยกประเด็นสุขภาพทางเพศที่หลายคนอาจยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าใจความสำคัญของโพสต์ดังกล่าวสอดคล้องกับองค์ความรู้ทางวิชาการในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการติดต่อของเชื้อ HPV และความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งในช่องปากและลำคอ
HPV คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
เชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก่อให้เกิดหูดตามผิวหนังและอวัยวะเพศ ขณะที่บางสายพันธุ์จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด
มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้แก่
- มะเร็งปากมดลูก
- มะเร็งทวารหนัก
- มะเร็งอวัยวะเพศชาย
- มะเร็งช่องปาก
- มะเร็งคอหอยและทอนซิล
โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบเกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องปากและลำคอมากที่สุด
ทำไม HPV ไม่ติดจากโถส้วม
หนึ่งในความเชื่อที่พบได้บ่อยคือการติดเชื้อ HPV จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะหรือฝารองนั่งชักโครก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากองค์กรด้านมะเร็งและงานวิจัยหลายฉบับระบุว่า การติดเชื้อผ่านพื้นผิวสิ่งแวดล้อม เช่น โถส้วม มีโอกาสต่ำมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญทางระบาดวิทยา
สาเหตุสำคัญคือ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสเยื่อบุหรือผิวหนังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระหว่างกิจกรรมทางเพศ ไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายเหมือนไวรัสระบบทางเดินหายใจ
ดังนั้น การใช้ห้องน้ำสาธารณะตามปกติจึงไม่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของการติดเชื้อ HPV
ออรัลเซ็กซ์เป็นช่องทางติดเชื้อ HPV ได้จริง
ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า HPV สามารถติดต่อผ่านออรัลเซ็กซ์ หรือการใช้ปากสัมผัสอวัยวะเพศได้
เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุช่องปาก ลิ้น คอหอย และต่อมทอนซิล ทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องปากได้
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ เช่น Harvard University และ Johns Hopkins University ระบุว่า ออรัลเซ็กซ์เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ทำให้การติดเชื้อ HPV ในช่องปากเพิ่มขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่มีคู่ออรัลเซ็กซ์หลายคนตลอดชีวิตมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ในช่องปากสูงกว่ากลุ่มทั่วไป
ติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งทันที
แม้ HPV จะมีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องปากและลำคอ แต่การติดเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาเป็นมะเร็งทุกคน
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ประมาณ 90% ของผู้ติดเชื้อ HPV สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 ปี จากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เกิดการติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลานานหลายปี จนทำให้เซลล์ผิดปกติและพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงมักเน้นว่าควรตระหนักถึงความเสี่ยง แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป
มะเร็งช่องปากและลำคอจาก HPV เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป มีรายงานว่ามะเร็งคอหอยส่วนกลาง (Oropharyngeal Cancer) ซึ่งรวมถึงบริเวณโคนลิ้นและต่อมทอนซิล มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นักวิจัยจำนวนมากเชื่อว่าการติดเชื้อ HPV จากพฤติกรรมทางเพศ รวมถึงออรัลเซ็กซ์ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นดังกล่าว
แม้บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งช่องปาก แต่ HPV ได้กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่วงการแพทย์ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้น
ป้องกัน HPV อย่างไร
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางลดความเสี่ยงดังนี้
- รับวัคซีน HPV ตามคำแนะนำของแพทย์
- ใช้ถุงยางอนามัยหรือ Dental Dam ระหว่างออรัลเซ็กซ์
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
- ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
- พบแพทย์หากมีแผลในปากหรือเจ็บคอเรื้อรังผิดปกติ
ปัจจุบันวัคซีน HPV สามารถช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่อได้รับวัคซีนก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
