ออรัลเซ็กซ์เสี่ยงมะเร็งคอจริงไหม? เปิดข้อมูล HPV ตามงานวิจัย

หลังมีการแชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์ว่า “ออรัลเซ็กซ์เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของมะเร็งลำคอ” ทำให้เกิดข้อถกเถียงและความกังวลในสังคม โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมทางเพศกับการติดเชื้อ HPV
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC), National Cancer Institute และงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ ระบุตรงกันว่า “ออรัลเซ็กซ์” ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของมะเร็งลำคอ แต่เป็นพฤติกรรมที่อาจเพิ่มโอกาสรับเชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus ซึ่งเชื้อบางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับมะเร็งคอหอยส่วนกลาง หรือ Oropharyngeal Cancer
มะเร็งลำคอที่เกี่ยวข้องกับ HPV คืออะไร
มะเร็งที่ถูกกล่าวถึงในงานวิจัยส่วนใหญ่ คือมะเร็งบริเวณคอหอยส่วนกลาง เช่น โคนลิ้น ทอนซิล และเพดานอ่อน ซึ่งอยู่ในกลุ่มมะเร็งศีรษะและลำคอ
National Cancer Institute ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สัดส่วนผู้ป่วยมะเร็งคอหอยที่สัมพันธ์กับเชื้อ HPV เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ HPV สายพันธุ์ 16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ก่อมะเร็งสำคัญ
ด้าน CDC ระบุว่า HPV สามารถติดได้ทั้งบริเวณอวัยวะเพศ ช่องปาก และลำคอ ผ่านการสัมผัสทางเพศหลายรูปแบบ รวมถึงออรัลเซ็กซ์
กลไกการติดเชื้อ HPV ผ่านออรัลเซ็กซ์
งานวิจัยในวารสารทางการแพทย์หลายฉบับอธิบายว่า เมื่อมีออรัลเซ็กซ์กับผู้ที่มีเชื้อ HPV ไวรัสสามารถเข้าสู่เยื่อบุบริเวณช่องปาก ทอนซิล และลำคอได้
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายในระยะเวลาหนึ่ง แต่ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ก่อมะเร็งและมีเชื้ออยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต
แพทย์ระบุว่า กระบวนการดังกล่าวมักใช้เวลาหลายปี ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังติดเชื้อ
งานวิจัยพบความเสี่ยงเพิ่มในบางกลุ่ม
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของสหรัฐฯ พบว่า ผู้ที่มีคู่ออรัลเซ็กซ์หลายคน มีความเสี่ยงมะเร็งคอหอยสูงกว่ากลุ่มที่ไม่เคยมีออรัลเซ็กซ์
หนึ่งในงานวิจัยที่ถูกอ้างอิงบ่อย พบว่า ผู้ที่มีคู่ออรัลเซ็กซ์ตลอดชีวิตตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป มีโอกาสเกิดมะเร็งคอหอยสูงขึ้นประมาณ 3-8 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า ความเสี่ยงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ “การติดเชื้อ HPV” เป็นหลัก ไม่ใช่ตัวพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีออรัลเซ็กซ์จะเป็นมะเร็งทุกราย
บุหรี่และแอลกอฮอล์ยังเป็นปัจจัยสำคัญ
แม้ HPV จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งคอหอยในปัจจุบัน แต่ข้อมูลจาก American Cancer Society ระบุว่า การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งศีรษะและลำคอโดยรวม
ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีพฤติกรรมต่อเนื่องระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น เช่น สุขภาพช่องปากไม่ดี ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และการสัมผัสสารก่อมะเร็งบางชนิด
วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงได้
ปัจจุบันวัคซีน HPV ถูกใช้ในหลายประเทศเพื่อป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ก่อมะเร็ง โดยเดิมมุ่งเน้นการลดมะเร็งปากมดลูก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลวิจัยระยะหลังเริ่มพบว่า วัคซีนอาจช่วยลดการติดเชื้อ HPV ในช่องปากและลำคอได้ด้วย แม้ยังต้องติดตามผลระยะยาวเพิ่มเติม
องค์การอนามัยโลกและหน่วยงานสาธารณสุขหลายประเทศจึงสนับสนุนการฉีดวัคซีนทั้งในเด็กหญิงและเด็กชาย
อาการที่ควรพบแพทย์
แพทย์แนะนำให้สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งคอหอย เช่น
- เจ็บคอเรื้อรัง
- เสียงแหบเกิน 2-3 สัปดาห์
- กลืนลำบาก
- มีก้อนบริเวณคอ
- เจ็บหูข้างเดียวเรื้อรัง
- มีแผลในปากที่ไม่หาย
หากมีอาการต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง
ข้อควรระวังในการสื่อสารข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า การใช้ข้อความว่า “ออรัลเซ็กซ์เป็นสาเหตุหลักอันดับหนึ่งของมะเร็งคอ” อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะข้อเท็จจริงทางการแพทย์ชี้ว่า ตัวปัจจัยสำคัญคือการติดเชื้อ HPV ชนิดก่อมะเร็งเรื้อรัง
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ และสุขภาพช่องปาก ยังมีบทบาทสำคัญต่อมะเร็งศีรษะและลำคอเช่นกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
