รีเซต

วัคซีน HPV ช่วยผู้ชายลดเสี่ยงมะเร็งถึงครึ่ง งานวิจัยใหม่ย้ำเด็กผู้ชายก็ควรฉีด

วัคซีน HPV ช่วยผู้ชายลดเสี่ยงมะเร็งถึงครึ่ง งานวิจัยใหม่ย้ำเด็กผู้ชายก็ควรฉีด
TNN ช่อง16
1 พฤษภาคม 2569 ( 18:19 )
18

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่หลายคนรู้จักในฐานะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง กำลังถูกยืนยันมากขึ้นว่าเป็นวัคซีนสำคัญสำหรับผู้ชายและเด็กผู้ชายเช่นกัน หลังผลการศึกษาขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Oncology พบว่า ผู้ชายที่ได้รับวัคซีน HPV มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

ดร.ลีอานา เหวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของ CNN และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจาก George Washington University อธิบายว่า HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิดในลักษณะเชิงเพศ โดยคนส่วนใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์จะเคยได้รับเชื้อนี้ในช่วงหนึ่งของชีวิต แม้การติดเชื้อส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่บางกรณีเชื้ออาจคงอยู่ในร่างกายและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งในอนาคต

ที่ผ่านมา HPV มักถูกเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง แต่ในความเป็นจริง เชื้อนี้ยังเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิดในผู้ชายด้วย ทั้งมะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก รวมถึงมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ โดยมากกว่า 90% ของมะเร็งทวารหนัก และราว 70% ของมะเร็งคอหอยเกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV

งานวิจัยดังกล่าวศึกษาข้อมูลจากผู้ชายอายุ 9–26 ปี มากกว่า 615,000 คนที่ได้รับวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ และเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนมากกว่า 2 ล้านคน ผลพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงต่อมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ลดลงประมาณ 46% โดยประโยชน์นี้พบทั้งในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่อายุ 9–14 ปี และผู้ที่ได้รับในช่วงอายุ 15–26 ปี

ในอดีต การรณรงค์ฉีดวัคซีน HPV มุ่งเน้นไปที่เด็กผู้หญิงเป็นหลัก เนื่องจากความเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูก ซึ่งองค์การ World Health Organization ระบุว่าเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 4 ในผู้หญิงทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ HPV ต่อผู้ชาย คำแนะนำด้านสาธารณสุขจึงเริ่มขยายให้ครอบคลุมเด็กผู้ชายมากขึ้น


ปัจจุบัน Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ของสหรัฐฯ แนะนำให้เด็กได้รับวัคซีน HPV ตามปกติเมื่ออายุ 11–12 ปี และสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ขณะที่ American Academy of Pediatrics สนับสนุนให้เริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 9–12 ปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ

ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า แม้ผู้ที่พลาดการฉีดในวัยเด็กก็ยังสามารถรับวัคซีนชดเชยได้จนถึงอายุ 26 ปี และยังคงได้รับประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของโรค เพราะวัคซีนสามารถป้องกัน HPV ได้หลายสายพันธุ์

ดร.เหวินกล่าวว่า วัคซีน HPV คือวัคซีนป้องกันมะเร็ง และปัจจุบันมีข้อมูลยืนยันชัดเจนทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า การฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของผู้หญิงอีกต่อไป แต่เป็นการป้องกันสุขภาพระยะยาวสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นก่อนเข้าสู่วัยมีเพศสัมพันธ์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง