รีเซต

“เอกนิติ” ผนึกเอกชน ปั้น 7 อุตสาหกรรม พลิกโฉมไทย

“เอกนิติ” ผนึกเอกชน ปั้น 7 อุตสาหกรรม พลิกโฉมไทย
ทันหุ้น
21 กันยายน 2569 ( 16:43 )
12

#ทันหุ้น “เอกนิติผนึก กกรเดินหน้า “Reinvent Thailand” ปั้นทีมไทยแลนด์เร่งแก้ปัญหาเดิม-รับมือการเปลี่ยนผ่าน-ลงทุนอนาคตชู 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หวังดันเศรษฐกิจโตเกิน 3% พร้อมจัดทำแผนเสนอ ครมภายใน 1 เดือน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) และสภาหอการค้าแห่งไทยและหอการค้าไทย ตัวแทนเอกชน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐ อาทิ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอเพื่อพลิกโฉมประเทศไทย (Reinvent Thailand)

โดยกล่าวว่า การหารือครั้งนี้เพื่อกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันเป็นทีมไทยแลนด์ ใน 3 ด้านคือ1.ปัญหาในอดีตที่ต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2.การเปลี่ยนผ่านวันนี้ และ 3. การลงทุนเพื่ออนาคต ในอุตสาหกรรม 7 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงภายใน 4 ปีข้างหน้า ขยับอันดับมาอยู่ที่ 20 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 26 ของโลก เม็ดเงินลงทุนจะต้องเติบโต 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพีจากปัจจุบัน 22-23% เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่า 3%

วันนี้มาติดตามงาน เพื่อร่วมกันทำงานเชิงลึกและทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ เอกชนคือ กองหน้า ได้คัดเลือกมาแล้ว 7 อุตสาหกรรม เพื่อนำทีมบุกตลาดโลก กองกลาง คือ ภาครัฐที่สนับสนุน ทั้งบีโอไอ ที่ปรับยุทธศาสตร์การลงทุนเน้นมูลค่าและคุณค่าให้เศรษฐกิจไทย ส่วนกองหลัง คือ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยการสร้างเสถียรภาพทางการคลังและการเงิน ซึ่งถือว่าทำได้ดีสะท้อนจาก 3 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับมุมมองให้เป็นบวก จากเดิมติดลบ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะนำทีมรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละด้าน มาหารือ กรอเพื่อให้การจัดทำแผนงานพลิกโฉมประเทศเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในอีก 1 เดือนข้างหน้า ประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ซึ่งดูแลเอสเอ็มอีไทย , นายยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดูแลเรื่องแรงงาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายต่าง  เมื่อหารือแล้วจะนำข้อเสนอทั้งหมดเสนอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาในอีก 1 เดือนข้างหน้า

สำหรับ 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. เกษตรและการแปรรูปอาหาร 2. ยานยนต์ 3. การค้าปลีกและการค้า 4. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 5. การแพทย์และเวลเนส 6. การท่องเที่ยว และ 7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธาน กกรกล่าวว่า การปักหมุดหมาย 7 อุตสาหกรรม ถือว่ามีเจ้าภาพชัดเจน เพื่อจะได้นำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติ กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน สอดคล้องกับการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ทั้งเพิ่มการจ้างงาน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีระบบ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยกล่าวว่า การพลิกโฉมประเทศไทย ต้องทำให้เอกชนไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้ ต้องมีแผนปฏิบัติงานภายในสิ้นเดือนก..นี้ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในช่วง 3 เดือนของปีนี้

การทำงานร่วมกัน ต้องเกิดขึ้นได้จริง มิใช่ประชุมกันหลายต่อหลายครั้ง แล้วหายเงียบไป

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานส..กล่าวว่า การดึงดูดการลงทุนใหม่ ต้องเชื่อมโยงกับฐานการผลิตเดิม และต้องยกระดับสินค้าที่ผลิตในประเทศ (Local Content) พัฒนาทักษะระดับสูง และมีพลังงานสะอาดและมั่นคง มีต้นทุนแข่งขันได้ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มจากการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง