รีเซต

ยาน Psyche ของ NASA บินเฉียดดาวอังคาร ใช้แรงโน้มถ่วงเหวี่ยงสู่ห้วงอวกาศลึก

ยาน Psyche ของ NASA บินเฉียดดาวอังคาร ใช้แรงโน้มถ่วงเหวี่ยงสู่ห้วงอวกาศลึก
TNN ช่อง16
18 พฤษภาคม 2569 ( 16:57 )

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา องค์การนาซา (NASA) เผยว่ายานอวกาศไซคี (Psyche) ได้บินเข้าใกล้ดาวอังคารในระยะประมาณ 4,500 กิโลเมตร เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงของดาวอังคารช่วยเร่งความเร็วและปรับเส้นทางการเดินทางสู่ห้วงอวกาศลึก เทคนิคนี้เรียกว่า Gravity Assist หรือการอาศัยแรงเหวี่ยงจากแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์  

ปัจจุบันยานกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วราว 19,848 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การใช้แรงโน้มถ่วงในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้ยานพุ่งไปยังเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงก๊าซซีนอน (Xenon gas) ที่ใช้ในระบบขับดันอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ทีมวิศวกรได้สั่งจุดเครื่องยนต์ขับดันของยานต่อเนื่องนาน 12 ชั่วโมง เพื่อปรับแก้เส้นทางและเพิ่มความเร็วให้ยานอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการบินโฉบดาวอังคารครั้งสำคัญนี้ โดยภารกิจหลักของยานไซคี คือการเดินทางไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย “16 Psyche” ซึ่งมีขนาดประมาณ 280 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ยานถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2023 และมีกำหนดเดินทางถึงเป้าหมายในปี 2029

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ดาวเคราะห์น้อย 16 Psyche อาจเป็นแกนกลางโลหะของวัตถุต้นกำเนิดดาวเคราะห์ในยุคแรกของระบบสุริยะ ซึ่งประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิล และเคยถูกการชนอย่างรุนแรงจนเปลือกชั้นนอกหลุดออกไปเมื่อหลายพันล้านปีก่อน หากสมมติฐานนี้ถูกต้อง ภารกิจดังกล่าวจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาส่วนแกนกลางของดาวเคราะห์หินโดยตรง ซึ่งปกติไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะอยู่ลึกใต้พื้นผิวดาวเคราะห์

นอกจากการใช้แรงโน้มถ่วง ยานไซคียังใช้โอกาสนี้ในการทดสอบและปรับเทียบอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนถึงเป้าหมายจริง โดยตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ยานได้ใช้กล้องถ่ายภาพแบบมัลติสเปกตรัม (Multispectral Imager) บันทึกภาพดาวอังคารหลายพันภาพ หนึ่งในนั้นถูกถ่ายเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2026 ขณะที่ยานอยู่ห่างจากดาวอังคารราว 3 ล้านไมล์ ซาราห์ แบร์สโตว์ (Sarah Bairstow) หัวหน้าทีมวางแผนภารกิจ ระบุว่านี่เป็นโอกาสแรกที่ทีมงานสามารถปรับเทียบกล้องกับวัตถุขนาดใหญ่จริงระหว่างการบิน พร้อมทดสอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังใช้ภารกิจนี้ศึกษาสิ่งแวดล้อมรอบดาวอังคารเพิ่มเติม เช่น การค้นหาวงแหวนฝุ่นจาง ๆ ที่อาจเกิดจากเศษฝุ่นซึ่งฟุ้งกระจายหลังอุกกาบาตขนาดเล็กพุ่งชนดวงจันทร์โฟบอสและดีมอส รวมถึงการทดลองค้นหาดาวบริวารขนาดเล็กรอบดาวอังคาร เพื่อฝึกระบบตรวจจับก่อนนำไปใช้งานจริงเมื่อยานเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยไซคีในอนาคต

ลินดี เอลกินส์-แทนตัน (Lindy Elkins-Tanton) หัวหน้าทีมนักวิจัยของโครงการกล่าวว่า หากอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้สมบูรณ์และสามารถเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมได้สำเร็จ สิ่งที่ค้นพบระหว่างการบินผ่านดาวอังคารครั้งนี้จะถือเป็นผลพลอยได้ที่ยอดเยี่ยมของภารกิจสำรวจอวกาศครั้งสำคัญของมนุษยชาติ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง