เคล็ดลับยืดอายุแบตเตอรี่ EV ให้ใช้ได้นาน แบตไม่เสื่อมไว

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV กำลังได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด แต่หลายคนก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญและมีราคาแพงที่สุดของตัวรถ การดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของรถให้ดีที่สุดได้ในระยะยาว
ภาพโดย Benjamin Marder จาก Pixabay
ทำความรู้จักแบตเตอรี่ EV: หัวใจของรถยนต์ไฟฟ้า
แบตเตอรี่ EV ส่วนใหญ่เป็นชนิดลิเธียมไอออน (Li-ion) ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนของเราครับ แต่มีขนาดใหญ่กว่ามากและมีความซับซ้อนกว่าหลายเท่า การทำความเข้าใจหลักการทำงานและวิธีดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
เคล็ดลับการชาร์จ: อย่าปล่อยให้หมดเกลี้ยงหรือเต็ม 100% บ่อยๆ
เคล็ดลับสำคัญที่สุดในการยืดอายุแบตเตอรี่คือการบริหารจัดการการชาร์จ ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือต่ำกว่า 20% บ่อยครั้ง เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เกิดภาวะเครียดและเสื่อมสภาพเร็ว ในทางกลับกัน ก็ไม่ควรชาร์จให้เต็ม 100% เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้วางแผนจะใช้งานรถทันที
ช่วงการชาร์จที่เหมาะสมที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อยู่ในช่วง 20% - 80% เป็นประจำ เพราะเป็นช่วงที่แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรที่สุด ทำให้เซลล์แบตเตอรี่ไม่รับภาระหนักจนเกินไป หากจำเป็นต้องชาร์จเต็ม 100% เพื่อเดินทางไกลก็สามารถทำได้ แต่เมื่อถึงจุดหมายแล้ว ควรรีบใช้แบตเตอรี่ให้ลดลงมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
ภาพโดย Stefan Schweihofer จาก Pixabay
หลีกเลี่ยงการใช้หัวชาร์จด่วน (DC Fast Charger) บ่อยเกินไป
การชาร์จแบบด่วนนั้นสะดวกสบายมาก แต่ก็มาพร้อมกับความร้อนที่สูงซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ การชาร์จแบบด่วนบ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้การชาร์จแบบธรรมดา (AC Charging) ในการชาร์จประจำวัน และใช้หัวชาร์จด่วนเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไกลหรือต้องการทำเวลาเท่านั้น
การขับขี่อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ
พฤติกรรมการขับขี่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของแบตเตอรี่ การออกตัวหรือเร่งความเร็วอย่างรุนแรง จะทำให้แบตเตอรี่ต้องคายพลังงานในปริมาณมากอย่างกระทันหัน ซึ่งเป็นภาระหนัก การขับขี่อย่างนุ่มนวลและคงที่จึงช่วยลดความเครียดของแบตเตอรี่ได้
ใช้ระบบเบรกแบบนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ให้เป็นประโยชน์
รถยนต์ไฟฟ้ามีระบบ Regenerative Braking หรือการเบรกที่เปลี่ยนพลังงานจลน์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จกลับเข้าแบตเตอรี่ พยายามใช้ระบบนี้ให้เป็นประโยชน์ เช่น การยกเท้าออกจากคันเร่งเมื่อใกล้ถึงไฟแดงหรือเมื่อขับลงเขา เพื่อให้รถค่อยๆ ชะลอความเร็วและชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ไปพร้อมกัน
ภาพโดย Karolina Grabowska จาก Pixabay
อุณหภูมิ: ศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ EV จะทำงานได้ดีที่สุดในอุณหภูมิที่เหมาะสม ความร้อนที่สูงเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการชาร์จเร็วหรือการจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นมาก ดังนั้นควรจอดรถในที่ร่ม และหากเป็นไปได้ให้เปิดระบบปรับอากาศเพื่อลดอุณหภูมิในรถก่อนการขับขี่
การจอดรถที่ถูกต้อง
หากต้องจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับแบตเตอรี่ไม่ได้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 20% หรือสูงกว่า 80% มากนัก และหากเป็นไปได้ ควรจอดในที่ที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป เพื่อช่วยรักษาอายุของแบตเตอรี่
การอัปเดตซอฟต์แวร์และการบำรุงรักษา
รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้มีเพียงแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ยังมีซอฟต์แวร์ที่สำคัญไม่แพ้กัน ผู้ผลิตรถยนต์จะมีการอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการแบตเตอรี่อยู่เสมอ ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการตามกำหนดเพื่ออัปเดตระบบและตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ
ภาพโดย andreas160578 จาก Pixabay
บทสรุป: แบตเตอรี่ดี รถยนต์ก็อยู่กับเราไปนาน
การดูแลแบตเตอรี่ EV อาจฟังดูเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนเลย หากคุณทำตามเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าของคุณสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าไปได้อีกนานครับ