รีเซต

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์ เพิ่มธุรกิจใหม่เข้ามา IPO

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์ เพิ่มธุรกิจใหม่เข้ามา IPO
TNN ช่อง16
4 กันยายน 2569 ( 18:48 )

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม


นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" 


โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ คือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้


1.ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับบริษัทใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ (Special Track) สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


2.ปรับเกณฑ์การเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO) สำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีการระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถใช้เกณฑ์ Secondary Listing ได้ สอดคล้องกับความจำเป็นในการระดมทุนของบริษัทในกลุ่มนี้ โดยยังคงสัดส่วนหุ้นของบริษัทต่างประเทศให้มีปริมาณการซื้อขายและมีสภาพคล่องที่เพียงพอในตลาดหลักทรัพย์ฯ 


ทั้งนี้ บริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ใน Unrecognized Country1/ ยังคงต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นเดียวกับบริษัทไทย ทั้งด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน ผลประกอบการ รวมถึงการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ปัจจุบัน

และ 3.ปรับปรุงเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Silent Period) ทั้งด้านสัดส่วนและระยะเวลาของ Silent Period สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยยังคงกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ต้องถือหุ้นในบริษัทต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน


ทั้งนี้ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Economy) ได้แก่ 

1. การเกษตรและอาหารขั้นสูง (Advanced Agriculture & Food) 
2. เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels & Biochemical) 
3. การต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Health Advances) 
4. การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) 
5. ยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) 
6. การบินและโลจิสติกส์ (Aviation & Logistics) 
7. ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Digital & E-Commerce) 
8. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 
9. หุ่นยนต์ (Robotics) 
10. การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้แก่ Biotechnology, Nanotechnology, Digital Technology และ Advanced Material Technology

สำหรับ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/circulars ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์ - หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน” เรื่อง “การปรับปรุงเกณฑ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง