‘บล.กสิกร’ ชี้รัฐล็อกดาวน์แค่ซื้อเวลา ฉุดหุ้นไทยซึมตัว หวั่นเห็นร่วงแตะแนวรับ 1,480 จุด

‘บล.กสิกร’ ชี้รัฐล็อกดาวน์แค่ซื้อเวลา ฉุดหุ้นไทยซึมตัว หวั่นเห็นร่วงแตะแนวรับ 1,480 จุด
มติชน
13 กรกฎาคม 2564 ( 09:09 )
16
‘บล.กสิกร’ ชี้รัฐล็อกดาวน์แค่ซื้อเวลา ฉุดหุ้นไทยซึมตัว หวั่นเห็นร่วงแตะแนวรับ 1,480 จุด

 

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังรัฐบาลประกาศใช้มาตรการควบคุมการระบาดโควิด-19 แบบเข้มข้นใน 10 จังหวัดเสี่ยงสูง ซึ่งเริ่มในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ เบื้องต้นมองว่า การล็อกดาวน์ถือเป็นแค่การซื้อเวลา แต่วัคซีนคือทางออกของวิกฤตโควิดอย่างแท้จริง โดยผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาล คาดว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ การท่องเที่ยวในประเทศ และกระทบกำหนดการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอีก จากปัจจุบันแตะจุดต่ำรอบ 23 ปี ที่ระดับ 43 อิงข้อมูลเดือน มิถุนายน 2564 และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แตะระดับ 90% ไตรมาส 1/2564 จะกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค และกระทบกลุ่มอุตสาหกรรมที่อิงปัจจัยการเติบโตในประเทศ ช่วงไตรมาส 3/2564 ขณะที่สถานการณ์โควิดที่รุนแรงขึ้น และมาตรการห้ามเดินทาง คาดว่าจะกระทบภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเชื่อว่ากลุ่มธนาคารจะตั้งสำรองมากขึ้นจากหนี้ไม่ก่อรายได้ หรือหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ที่สูงขึ้น รวมถึงขณะนี้เห็นเงินบาทเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง 7.7% ทำให้ปีนี้ เงินบาทกลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนแอเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น 2.7%

 

 

 

“ดัชนีหุ้นไทยให้ผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนี MSCI ACWI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนอัตราผลตอบแทนของตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อยู่ที่ระดับ 3.4% ตั้งแต่ต้นปี 2564 จนถึงปัจจุบัน สาเหตุมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ที่ขณะนี้ขายสุทธิแล้วกว่า 8.2 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดโควิดระลอก 3 และความล่าช้าในการฉีดวัคซีน” นายกวี กล่าว

 

 

 

นายกวี กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนคือ เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบในวงแคบจากมาตรการล็อกดาวน์ หรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยคาดว่า ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1,520 จุด จากมาตรการล็อกดาวน์ระดับเบา หรือการลดชั่วโมงการดำเนินธุรกิจลงเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนอยู่ภายในบ้านมากขึ้น และ 1,480 จุด สำหรับกรณีมาตรการที่เข้มงวด หรือปิดสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นที่รวมไปถึงโรงงาน โดยพบว่าหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหารและเครื่องดื่ม (F&B) กลุ่มสินค้าเกษตร กลุ่มถุงมือยาง กลุ่มขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์แนวราบ กลุ่มโรงพยาบาลในประเทศ กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (gadgets) และกลุ่มกลุ่มที่คาดว่ารายได้และกำไรยังแข็งแกร่ง แม้จะมีการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบทั่วโลกในไตรมาส 2/2563 เนื่องจากคาดว่าประวัติศาสตร์จะย้อนรอยอีกครั้งในไตรมาส 3/2564 ที่ไทยจะกลับมาดำเนินมาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยหุ้นเด่นที่แนะนำคือ ASK CHAYO JMT BCH TU ASIAN KCE EPG CBG และ MEGA

ข่าวที่เกี่ยวข้อง