รีเซต

สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง! 'ประกิต' ชี้ตลาดหุ้นไทยฟื้นยาก แนะเก็บ BTS รับอานิสงส์คนทิ้งรถส่วนตัว

สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง! 'ประกิต' ชี้ตลาดหุ้นไทยฟื้นยาก แนะเก็บ BTS รับอานิสงส์คนทิ้งรถส่วนตัว
TNN ช่อง16
7 เมษายน 2569 ( 12:54 )

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงยืดเยื้อและส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แม้สถานการณ์ในสัปดาห์ที่ 5-6 จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการที่หลายฝ่ายเริ่มเข้ามาเจรจา ส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ตลาดหุ้นเอเชีย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และทองคำ เริ่มทยอยฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 แล้วก็ตาม

แต่สินทรัพย์เดียวที่ราคายังคงพุ่งสูงขึ้นและไม่มีทีท่าจะปรับตัวลงคือ "น้ำมัน"

จับตาวิกฤตอุปทานน้ำมัน (Supply Shock)

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ประเมินทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมันไม่ยอมปรับลดลง มาจากความกังวลเรื่องภาวะอุปทานขาดแคลนที่แก้ไขได้ยาก รวมถึงความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิด โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอาจถูกทำลาย และความต้องการกักตุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

ความผิดปกติของตลาดน้ำมันในขณะนี้คือ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลงจนต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนความตึงเครียดของอุปทานได้อย่างชัดเจน โดยคุณประกิตชี้ว่า หากราคาน้ำมันพุ่งไปแตะระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบอย่างหนักจนอาจฉุดให้ GDP ของไทยลดลงถึง 0.8% แต่หากสามารถรักษาระดับเฉลี่ยไว้ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็อาจจะยังพอรับมือได้

รัฐฯ เตรียมงัดมาตรการรับมือ - ตลาดหุ้นไทยยังเหนื่อย

เพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังเตรียมมาตรการหลายด้าน เช่น การกำหนดให้หน่วยงานราชการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) อย่างจริงจัง รวมถึงการรณรงค์ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและการเดินทาง นอกจากนี้ อาจมีการพิจารณานำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง "คนละครึ่ง" กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อพยุงกำลังซื้อของประชาชน

สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ประเมินว่ายังคงฟื้นตัวได้ยากในระยะนี้ เนื่องจากต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากราคา LNG และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ภาวะเงินเฟ้อ และกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ ทำให้ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศ (Domestic Play) ได้รับผลกระทบหนัก

คำแนะนำการลงทุน เลือกรถไฟฟ้า (BTS) ชนะทางด่วน (BEM)

ในภาวะที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อประหยัดพลังงาน คุณประกิตแนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการที่ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

แนะนำ "ซื้อ" BTS มีความน่าสนใจมากกว่าในสถานการณ์นี้

ชะลอการลงทุน BEM เนื่องจาก BEM มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจทางด่วน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากปริมาณรถยนต์ที่ลดลงจากการที่ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้รถส่วนตัวเพราะน้ำมันแพง หรือการเปลี่ยนไปทำงานจากที่บ้าน (WFH)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง