ซื้อ "หุ้นแบงก์" ตอนไหน ก่อนหรือหลัง "XD" ? เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงสุด

ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการลงทุนอย่างเช่นในปัจจุบัน การลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกเกิดความผันผวนรุนแรง การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง "หุ้น" ก็เช่นเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกเกิดความผันผวนอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
ท่ามกลางความไม่แน่นอย่างเช่นในปัจจุบัน หุ้นกลุ่มหนึ่งที่มักจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนคือ "หุ้นปันผล" ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงหุ้นปันผลในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลายคนจะนึกถึง "หุ้นธนาคาร" เป็นลำดับต้น ๆ ด้วยปัจจัยพื้นฐานของธนาคารในประเทศไทยที่มีความแข็งแกร่ง และถือเป็นหุ้นที่เติบโตอย่างมั่นคง
แล้วการลงทุนในหุ้นธนาคาร การซื้อก่อน หรือหลังวัน XD หรือวันที่ไม่มีสิทธืได้รับเงินปันผล ที่จะทยอยขึ้นเครื่องหมายในช่วงเดือนเมษายน 2569 กลยุทธ์แบบไหนจะมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมากกว่ากัน
ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุนกันก่อนว่ามีกลยุทธ์อย่างไร เป็นการลงทุนในระยะยาวที่ต้องการเงินปันผลตอบแทนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นต่อไป หรือเป็นการนำเงินปันผลนั้นมาลงทุนต่อ หรือ Re-Investment โดยจะยกตัวอย่างหุ้น TISCO ในการลงทุน
ในกรณีแรกคือการลงทุนด้วยการซื้อหุ้นก่อนปันผล เพื่อหวังสิทธิที่จะได้รับเงินปันผล ถ้านักลงทุนซื้อหุ้น TISCO ในราคาปิดที่ 100.00 บาท จำนวน 1,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 100,000 บาท ในวันที่ 24 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่ง TISCO ประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสดหุ้นละ 5.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล หรือ Dividend Yield ที่ 5.75% และในวันที่ 25 เมษายน 2568 หุ้น TISCO ขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาเปิดอยู่ที่ 95.00 บาทต่อหุ้น
ในกรณีนี้ ถ้านักลงทุนขายหุ้น TISCO ทันทีที่ราคาเปิด เพราะได้รับสิทธิเงินปันผลแล้ว จะได้รับผลตอบแทนเพียง 0.75% เนื่องจากมูลค่าหุ้นลดลง 5.00 บาท แต่ได้ปันผลเป็นเงินสดกลับมา 5.75 บาท คิดเป็นส่วนต่างผลตอบแทนที่ได้รับเพียง 0.75 บาทต่อหุ้น หรือ 750 บาทเท่านั้น
แต่ถ้านักลงทุนถือต่อไปโดยไม่นำเงินปันผลมาลงทุนต่อ จะได้ผลตอบแทน 5.75% จากเงินปันผล 5.75 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ราคาหุ้นลดลง 5.00 บาท จะยังไม่สามารถนำมาคำนวนผลขาดทุนได้เนื่องจากยังไม่มีการขายหุ้นออกไป จะคิดเป็นการขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ หรือ Unrealized Lost
แต่จะได้กำไร หรือขาดทุนจริง เป็นเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการถือหุ้นจริง เช่นถ้าขายหุ้น TISCO หลังจากถือเป็นเวลา 3 เดือน แล้วขายที่ราคาปิดวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ราคาปิด 98.75 บาท คิดเป็นผลขาดทุน 1.25 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น 1.25% เมื่อนำมาหักลบกับเงินปันผลที่ได้รับ 5.75 บาท จะได้ผลตอบแทนจริงที่ปรับด้วยเงินปันผลแล้วเท่ากับ 4.50 บาทต่อหุ้น หรือ 4.50% หรือ 4,500 บาท
แต่ถ้าถือหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน แล้วขายที่ราคาปิดวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่ราคาปิด 108.00 บาท จะได้ผลตอบแทนจริงที่ปรับด้วยเงินปันผลแล้วเท่ากับ 13.75% (ส่วนต่างราคาหุ้น 8.00 บาทต่อหุ้น และเงินปันผล 5.75 บาทต่อหุ้น รวมเป็น 13.75 บาทต่อหุ้น) คิดเป็นผลตอบแทน 13,750 บาท
ในขณะที่ถ้าถือหุ้นเป็นเวลา 1 ปีโดยประมาณ แล้วจึงขายที่ราคาปิดวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ ราคาปิดที่ 114.00 บาท จะได้ผลตอบแทนจริงที่ปรับด้วยเงินปันผลแล้วเท่ากับ 19.75% (ส่วนต่างราคาหุ้น 14.00 บาทต่อหุ้น และเงินปันผล 5.75 บาทต่อหุ้น รวมเป็น 19.75 บาทต่อหุ้น) หรือคิดเป็นผลตอบแทน 19,750 บาท
ส่วนในกรณีที่นักลงทุนนำเงินปันผลที่ได้รับมาลงทุนต่อ เมื่อได้รับเงินปันผลแล้ว 5.75 บาท ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 แล้วนำมาซื้อหุ้น TISCO ที่ราคาปิด 98.00 บาทต่อหุ้น มูลค่าหุ้นของ TISCO ทั้งหมด จะเท่ากับ 105,750 บาท โดยจะมีหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,058.67 หุ้น (สมมติในกรณีที่สามารถซื้อเศษหุ้นได้ด้วยจำนวนเงินทั้งหมด)
หลังจากนั้นถ้านักลงทุนขายหุ้นหลังจากถือเป็นระยะเวลา 3 เดือน เหมือนในกรณีแรก จะสามารถขายหุ้นได้ที่ราคา 98.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่า 104,543.66 บาท คิดเป็นผลตอบแทนที่ 4,543 บาท หรือคิดเป็น 4.54%
แต่ถ้าถือหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน แล้วขายที่ราคาปิดวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่ราคาปิด 108.00 บาท คิดเป็นมูลค่า 114,336.36 บาท คิดเป็นผลตอบแทนที่ 14,336.36 บาท หรือคิดเป็น 14.34%
แต่ถ้าถือหุ้นเป็นเวลา 1 ปีโดยประมาณ แล้วจึงขายที่ราคาปิดวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ ราคาปิดที่ 114.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่า 120,688.38 บาท คิดเป็นผลตอบแทนที่ 20,688.38 บาท หรือคิดเป็น 20.68%
ขณะที่ในกรณีที่ซื้อหุ้น TISCO หลังจากขึ้น XD แล้ว ในวันที่ 25 เมษายน 2568 ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาเปิดอยู่ที่ 95.00 บาทต่อหุ้น ด้วยจำนวนเงินเท่ากันที่ 100,000 บาท จะได้หุ้น TISCO ทั้งหมด 1,052.63 หุ้น โดยที่ไม่ได้รับเงินปันผลในปี 2568 แต่จะรอรับเงินปันผลในปี 2569 แทน (นั่นหมายความว่าจะต้องถือหุ้นมากกว่า 1 ปีขึ้นไป)
โดยหุ้น TISCO ประกาศจ่ายปันผลในปี 2569 ที่อัตรา 5.75 บาท ต่อหุ้น นักลงทุนจะได้รับเงินปันผลทั้งหมด 6,052.62 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล หรือ Dividend Yield ที่ 6.05% และยังจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นโดยประมาณที่ 19,999.85 บาท (สมมติว่า ณ วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่หุ้น TISCO ขึ้น XD ราคาปิดของหุ้น TISCO เท่ากับวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ ราคาปิดที่ 114.00 บาทต่อหุ้น) รวมผลตอบแทนทั้งหมดจะอยู่ที่ 26,052.47 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 26.05%
จากตัวเลขจะสะท้อนได้ว่า ระยะเวลาในการถือหุ้นที่นานขึ้น และการนำเงินปันผลมาลงทุนต่อ จะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา และปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนั้น ๆ นักลงทุนจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน งบการเงิน ก่อนตัดสินใจลงทุนอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
