รีเซต

เดินหน้าชนแพลตฟอร์มดัง! รัฐบาล "ออสเตรเลีย" ร่างกฎหมายใหม่ เตรียมรีดภาษี Facebook Google ชี้เอาเปรียบสื่อท้องถิ่น

เดินหน้าชนแพลตฟอร์มดัง! รัฐบาล "ออสเตรเลีย" ร่างกฎหมายใหม่ เตรียมรีดภาษี Facebook Google ชี้เอาเปรียบสื่อท้องถิ่น
TNN ช่อง16
6 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )

รัฐบาลออสเตรเลีย เดินหน้าเตรียมรีดภาษีแพลตฟอร์มข้ามชาติ แบ่งรายได้เข้าประเทศ ชี้เอาเปรียบสื่อท้องถิ่น สะเทือนระบอบประชาธิปไตย


ข่าวใหญ่เขย่าวงการแพลตฟอร์มดิจิทัล เมื่อรัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยร่างกฎหมายใหม่เมื่อวันที่ 28 เมษายน โดยตั้งเป้าว่าจะเสนอเข้าสู่รัฐสภาภายในวันที่ 2 กรกฎาคม เนื้อหาหลักของกฎหมายนี้ออกแบบมาเพื่อ “บีบ” ให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องทำข้อตกลงจ่ายเงินให้กับองค์กรสื่อ และถ้าหากไม่ยอมทำ ก็ต้องจ่ายเป็น “ภาษี” แทน


แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า News Bargaining Incentive หรือ “แรงจูงใจในการเจรจาข่าว” ซึ่งเป็นการยกระดับจากแนวทางเดิมให้เข้มข้นขึ้น


ปมใหญ่ “ใช้ข่าวฟรี” กระทบประชาธิปไตย


ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลออสเตรเลียยอมไม่ได้ คือการที่แพลตฟอร์มใช้เนื้อหาจากสื่อหรือข่าว ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย


แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุชัดเจนว่า ผลงานของนักข่าวควรได้รับการตีมูลค่าเป็นตัวเงินที่เหมาะสม ไม่ใช่ถูกบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เอาไปใช้ฟรี ๆ เพื่อสร้างกำไร โดยไม่มีการชดเชยให้กับผู้ผลิตเนื้อหา


เขาย้ำด้วยว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมข่าวเป็นเรื่องสำคัญต่อความแข็งแรงของประชาธิปไตย เพราะหากสื่ออ่อนแอ คุณภาพข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับก็จะลดลงตามไปด้วย


ดังนั้น ในมุมมองของรัฐบาล เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “เงิน” แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างข้อมูลข่าวสารทั้งระบบ


จากบังคับเจรจา สู่ “ภาษี 2.25%”


กฎหมายใหม่นี้ไม่ใช่ความพยายามครั้งแรก ย้อนกลับไปในปี 2564 ออสเตรเลียเคยผลักดัน News Media Bargaining Code เพื่อกดดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลทำข้อตกลงกับสำนักข่าว


ในเวลานั้น บิ๊กเทคเลือกใช้วิธีทำสัญญาธุรกิจโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แพลตฟอร์มกลับเปลี่ยนกลยุทธ์ ด้วยการ “ถอดข่าวออก” จากบริการ เพื่อลดภาระ


รัฐบาลจึงเปลี่ยนเกม จากการบังคับเจรจา มาเป็นมาตรการทางภาษี โดยกำหนดว่า ต่อให้ไม่มีข่าวบนแพลตฟอร์ม ก็ยังต้องจ่ายภาษี 2.25% จากรายได้รวม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามีการสนับสนุนสื่ออย่างเหมาะสมแล้ว


ตัวเลขนี้อาจดูไม่สูง แต่สำหรับบริษัทที่มีรายได้ระดับพันล้านดอลลาร์ แม้เพียง 1% ก็มีผลกระทบมหาศาล


คาดโกยรายได้ 200–250 ล้านดอลลาร์ต่อปี


รัฐบาลออสเตรเลียประเมินว่า หากสามารถจัดเก็บภาษีนี้ได้จริง จะสร้างรายได้กลับเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อในประเทศราว 200–250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี


นี่จึงไม่ใช่แค่การเก็บภาษี แต่เป็นการ “ย้ายเม็ดเงิน” จากแพลตฟอร์มกลับสู่ผู้ผลิตข่าว เพื่อพยุงอุตสาหกรรมสื่อที่กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก


ฝั่งบิ๊กเทคโต้ ไม่ได้ “ขโมยข่าว”


ทันทีที่ร่างกฎหมายถูกเปิดเผย ฝั่งบริษัทเทคโนโลยีออกมาตอบโต้ทันที โดย Meta ระบุว่า สำนักข่าวเป็นฝ่ายสมัครใจโพสต์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มเอง เพื่อแลกกับทราฟฟิก


บริษัทมองว่าการกล่าวหาว่า “ขโมยข่าว” ไม่ถูกต้อง และกฎหมายนี้ไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของเนื้อหา แต่เป็นเหมือนภาษีบริการดิจิทัลในอีกรูปแบบหนึ่ง


Meta ยังเตือนว่า การที่รัฐบาลพยายามโอนย้ายรายได้จากอุตสาหกรรมหนึ่งไปสู่อีกอุตสาหกรรมหนึ่ง อาจไม่ช่วยให้สื่อยั่งยืนในระยะยาว และอาจสร้างแบบอย่างให้มีมาตรการอื่นตามมา


Google ชี้กฎหมายบิดเบือนการแข่งขัน


ด้าน Google ก็ออกมาโต้เช่นกัน โดยระบุว่าบริษัทมีข้อตกลงทางการค้ากับองค์กรสื่ออยู่แล้ว และกฎหมายนี้มองข้ามความเปลี่ยนแปลงของตลาดโฆษณา


นอกจากนี้ยังตั้งคำถามเรื่อง “ความเป็นธรรม” เพราะแพลตฟอร์มบางราย เช่น Microsoft, Snap Inc. และ OpenAI อาจไม่ได้รับผลกระทบในระดับเดียวกัน


ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีโดยตรง

จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจดิจิทัล เม็ดเงินไหลจากสื่อเก่าสู่แพลตฟอร์ม


หากมองในภาพใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่าง “สื่อ” กับ “แพลตฟอร์ม” แต่คือจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจดิจิทัล


ตลอด 10–15 ปีที่ผ่านมา รายได้โฆษณาไหลออกจากสื่อดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ตลาดถูกครอบครองโดยบริษัทไม่กี่ราย ขณะที่รายได้ของสื่อดั้งเดิมลดลงอย่างชัดเจน


แม้แพลตฟอร์มจะไม่ได้ผลิตข่าวเอง แต่ข่าวกลับเป็นคอนเทนต์สำคัญที่ช่วยดึงดูดผู้ใช้งาน เพิ่ม engagement และสุดท้ายแปลงเป็นรายได้โฆษณา


คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า รายได้เหล่านี้ควรถูก “แบ่ง” กลับไปยังผู้ผลิตข่าวหรือไม่


ประเด็นระดับโลก ไทยควรมองอย่างไร


ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดแค่ออสเตรเลีย แต่กำลังกลายเป็นคำถามระดับโลก เมื่อแพลตฟอร์มข้ามชาติเข้ามาสร้างรายได้มหาศาลในแต่ละประเทศ แต่จ่ายภาษีในสัดส่วนที่ไม่สูงนัก


นี่คือโจทย์ใหญ่ของยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ว่ารัฐจะออกแบบกติกาอย่างไร ให้เกิดความเป็นธรรมระหว่าง “ผู้สร้างคอนเทนต์” และ “ผู้กระจายคอนเทนต์”


และคำถามสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ แล้วประเทศไทยควรเดินเกมนี้อย่างไร

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง