รีเซต

รับมือ "มะเร็งจากความเครียด" ด้วย "Gut-Brain Coherence" เมื่อการผสานสมองและลำไส้คือทางรอด!

รับมือ "มะเร็งจากความเครียด" ด้วย "Gut-Brain Coherence" เมื่อการผสานสมองและลำไส้คือทางรอด!
TNN ช่อง16
3 พฤศจิกายน 2569 ( 10:44 )
12

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า


Gut-Brain Coherence: เมื่อการผสานสมองและลำไส้ กลายเป็นกุญแจสำคัญรับมือมะเร็งจากความเครียด


ปัจจุบันมีข้อมูลบ่งชี้ว่าความเครียดเรื้อรังไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่สภาวะอารมณ์หรือจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการทางชีวภาพของร่างกาย งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ความเครียดในระยะยาวสามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนกลุ่ม glucocorticoids และ catecholamines ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเสียต่อการซ่อมแซม DNA และลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในการตรวจจับเซลล์ผิดปกติ 


นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลกระทบต่อสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้เกิดภาวะ gut dysbiosis หรือการเสียสมดุลของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้เยื่อบุผนังลำไส้ทำงานบกพร่อง เกิดการอักเสบเรื้อรัง และส่งสัญญาณที่เอื้อต่อการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง รวมถึงอาจทำให้การตอบสนองต่อการรักษาด้วย immunotherapy ด้อยประสิทธิภาพลง


การค้นพบเหล่านี้ได้นำไปสู่แนวคิดที่เรียกว่า gut-brain coherence ซึ่งหมายถึงการทำงานที่สอดประสานกันอย่างสมดุลระหว่างระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ และจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร โดยมีเส้นประสาทเวกัส (vagus nerve) และสารเมแทบอไลต์ที่จุลินทรีย์สร้างขึ้น เช่น short-chain fatty acids (SCFAs) เป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลสองทิศทางระหว่างสมองและลำไส้ 

นักวิจัยจึงเสนอว่าการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ไม่อาจพึ่งพาการจัดการเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยแนวทางแบบองค์รวมที่ประสานการดูแลทั้งจาก "ล่างขึ้นบน" (bottom-up) และ "บนลงล่าง" (top-down) เพื่อปรับสมดุลทั้งระบบให้กลับมาทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ในแนวทางการปรับจากล่างขึ้นบน การฟื้นฟูระบบนิเวศของจุลินทรีย์ในลำไส้ทำได้ผ่านการเสริม probiotics สายพันธุ์เฉพาะ การให้ prebiotics หรือสารสกัดธรรมชาติ เช่น โพลีแซกคาไรด์ เพื่อช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ผลิต butyrate ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD8⁺ T cells และลดสารสื่อการอักเสบที่ทำลายภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาการปลูกถ่ายจุลินทรีย์ในอุจจาระ (FMT) และการพัฒนา engineered bacteria ที่สามารถผลิตสารสำคัญเพื่อฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างแม่นยำ 


ส่วนในแนวทางการปรับจากบนลงล่าง การดูแลมุ่งเน้นไปที่การลดการทำงานที่มากเกินไปของระบบประสาทสั่งการความเครียด เช่น การใช้ Aroma Therapy เพื่อปรับการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ และการจัดเวลาการรับประทานอาหารแบบ time-restricted feeding (TRF) เพื่อช่วยปรับจังหวะเวลาทางชีวภาพ (circadian rhythm) ของทั้งร่างกายและจุลินทรีย์ให้กลับมาสอดคล้องกัน

แนวคิดเรื่อง gut-brain coherence ดูเหมือนจะเปิดมุมมองใหม่ที่มีศักยภาพสูงในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง แต่ต้องยอมรับว่าหลักฐานเชิงลึกส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังคงมาจากการทดลองในสัตว์ทดลองและเซลล์ในห้องปฏิบัติการ การนำแนวทางเหล่านี้มาปรับใช้ในคนให้เห็นภาพจริงๆ ยังคงต้องอาศัยการทดสอบทางคลินิกเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความปลอดภัย ความแตกต่างของการตอบสนองในแต่ละบุคคล และความแม่นยำในการรักษา สิ่งสำคัญสำหรับเราในขณะนี้ 


คือการตระหนักว่าสุขภาพจิตและระบบทางเดินอาหารมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก การดูแลสภาวะอารมณ์ร่วมกับการรักษาสุขภาพลำไส้และการพักผ่อนให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและพร้อมรับมือกับโรคเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 


ข้อมูลจาก เพจ "Anan Jongkaewwattana" ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

https://www.facebook.com/anan.jongkaewwattana/posts/pfbid021gdfeAjgqoDoM323yF8DaKrhDd8tztDfohzLik6mTWofnbbqd6Yf93K6t5AhK3z8l

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง