สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 เข้ารับการผ่าตัดมะเร็งปอด ป่วยแม้ไม่เคยสูบบุหรี่

CNN รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงเข้ารับการผ่าตัด เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอากอสติโน เจเมลลี ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อรักษามะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (Pulmonary adenocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งปอดชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 40% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมดสำนักวาติกันระบุว่า ศัลยแพทย์ได้นำก้อนมะเร็งออกพร้อมกับกลีบปอดส่วนล่างด้านขวา โดยก่อนหน้านี้พระองค์ตรัสว่า แพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อในปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมาก
พญ.ฮัวนิตา โมรา โฆษกทางการแพทย์ระดับชาติของสมาคมปอดแห่งอเมริกา ให้ข้อมูลกับ CNN ว่า สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงมีพระชนมายุ 71 พรรษา มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ทรงเล่นเทนนิสและออกกำลังกาย อีกทั้งไม่ทรงเป็นผู้สูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อการประเมินสุขภาพโดยรวม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดจากมะเร็งปอด
มะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมาเป็นมะเร็งปอดกลุ่มเซลล์ไม่เล็ก (Non-small cell lung cancer) โดยทั่วไปมีการดำเนินโรคช้ากว่ามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก แต่ความรุนแรงและโอกาสแพร่กระจายขึ้นอยู่กับลักษณะของเซลล์มะเร็งและระยะของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย
แม้การสูบบุหรี่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่มะเร็งปอดชนิดนี้พบได้ในผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ด้วย ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ควรทราบ ได้แก่
ก๊าซเรดอน: ก๊าซกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สามารถสะสมภายในอาคารและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดเมื่อได้รับสัมผัสเป็นเวลานาน
มลพิษทางอากาศ: โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งปอดที่เพิ่มขึ้น
ควันบุหรี่มือสอง: การสัมผัสควันบุหรี่จากผู้อื่นก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน
มะเร็งชนิดนี้ยังพบได้ในผู้หญิงและผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เมื่อเทียบกับมะเร็งปอดบางชนิด อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาจมีปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกัน และบางรายไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน
มะเร็งปอดระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยบางรายตรวจพบโรคจากการตรวจทางการแพทย์ก่อนที่จะมีอาการผิดปกติ
หากก้อนมะเร็งยังจำกัดอยู่ในปอดและผู้ป่วยมีความเหมาะสมต่อการผ่าตัด แพทย์อาจเลือกผ่าตัดนำกลีบปอดที่มีก้อนมะเร็งออก เรียกว่า Lobectomy เพื่อกำจัดเนื้อร้ายและเพิ่มโอกาสในการรักษา
ปอดข้างขวามี 3 กลีบ ส่วนปอดข้างซ้ายมี 2 กลีบ หลังผ่าตัดนำกลีบปอดออก ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดและหายใจไม่สะดวกในช่วงแรก เนื่องจากความจุปอดลดลง ร่างกายต้องใช้เวลาในการปรับตัวและฟื้นฟูสมรรถภาพการหายใจ
พญ.โมราให้ข้อมูลกับ CNN ว่า การฟื้นตัวของสมเด็จพระสันตะปาปาอาจใช้เวลานานขึ้น เนื่องจากต้องปรับตัวหลังการนำกลีบปอดออก โดยการฝึกหายใจและการฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนสำคัญของการดูแลหลังผ่าตัด นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังการติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบมากขึ้นเมื่อสมรรถภาพปอดลดลง
การผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออกไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกรายจะสิ้นสุดการรักษาได้ทันที แพทย์จำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อและต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง เพื่อประเมินระยะของโรคและตรวจสอบว่ามีสัญญาณการแพร่กระจายหรือไม่
ผลตรวจดังกล่าวจะช่วยพิจารณาว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น
เคมีบำบัด: ใช้ยาเพื่อทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
การฉายรังสี: ใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็งในบริเวณเป้าหมาย
การรักษาแบบมุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด: พิจารณาตามลักษณะของมะเร็ง ผลตรวจทางพันธุกรรม และตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้อง
พญ.โมราระบุว่า การตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพช่วยให้แพทย์เลือกวิธีรักษามะเร็งปอดได้เหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อความผิดปกติเฉพาะของเซลล์มะเร็ง หรือการรักษาที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
สำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการตรวจพบก้อนมะเร็งในระยะเริ่มต้นและการผ่าตัดนำออกเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อการพยากรณ์โรค อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปผลการรักษาเฉพาะพระองค์ได้จนกว่าจะทราบผลตรวจเพิ่มเติม
กรณีของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 เป็นตัวอย่างว่า แม้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และมีสุขภาพโดยรวมแข็งแรงก็สามารถเป็นมะเร็งปอดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยวิธีเดียวกัน
การตรวจคัดกรองควรพิจารณาตามอายุ ประวัติการสูบบุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือหายใจเหนื่อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงก่อน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
